จู่ ๆ โทรศัพท์ก็ได้รับข้อความหนึ่งฉบับจากซูชิงเหยียน
【พี่เจ๋อ อาจารย์ที่ปรึกษาโทรมาแจ้งกะทันหันว่ามีปัญหาในวิทยานิพนธ์ของฉัน อาจส่งผลต่อการเรียนจบ ต้องกลับไปแก้ที่มหาวิทยาลัยทันที เรื่องด่วนมาก ฉันขอตัวกลับก่อนนะ!
ฉันไม่มีเวลาไปบอกลา แถมคงไปเที่ยวกับพี่ไม่ได้แล้ว ขอโทษจริง ๆ ไว้คราวหน้าฉันชดเชยให้นะ! แต่ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นิทรรศการที่จองไว้ก็หาบัตรยากมาก พี่กับมู่เวยไปชมแทนฉันให้เต็มที่เลยนะ อย่าลืมถ่ายรูปนิทรรศการมาให้ฉันดูเยอะ ๆ ล่ะ พี่ก็รู้ว่าฉันชอบอะไรแบบนี้ที่สุด!】
“...ชิงเหยียนกลับไปแล้วเหรอ?”
ซ่งเวินเจ๋อมองข้อความอย่างตกตะลึง ราวกับกำลังอ่านเรื่องล้อเล่น สวี่มู่เวยเองก็ได้รับข้อความแบบเดียวกัน
จะบังเอิญขนาดนี้ได้ยังไง?
แถมเกิดขึ้นกะทันหันจนไม่มีเวลามาบอกพวกเขาด้วยตัวเองเลยหรือ?
ซูชิงเหยียนกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่? ตั้งแต่พิธีบรรลุนิติภาวะวันนั้น เธอก็เหมือนกลายเป็นคนที่เขาอ่านไม่ออกอีกเลย
“เรียบร้อย!”
หลังส่งข้อความแล้ว ซูชิงเหยียนตั้งใจจะจองเที่ยวบินที่เร็วที่สุดกลับเมืองหลวง ทว่าพอทอดสายตามองทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตานอกสนามบิน สายลมจากแนวต้นมะพร้าวพัดเอาความสดชื่นมาแตะใบหน้า เมฆสีชมพูดูราวกับเอื้อมมือไปก็สัมผัสได้ ทำให้เธออดใจไม่ไหวจนเผลอตะลึงไป
เซิ่งซือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแสนโรแมนติกในใจเธอมาโดยตลอด ชาติก่อนเธออ้อนวอนให้ซ่งเวินเจ๋อมาที่นี่ด้วยกัน แต่ตอนนั้นซ่งเวินเจ๋อกับสวี่มู่เวยลอบคบหากันอยู่แล้ว เวลาอยู่กับเธอเขาจึงใจลอยเสมอ ส่วนเธอก็เอาแต่ใส่ใจเขาจนไม่เคยชื่นชมทิวทัศน์ที่นี่ดี ๆ สักครั้ง ในเมื่อคราวนี้ได้มาแล้ว จะพลาดอีกไม่ได้เด็ดขาด!
