กู้ยี่เฉินถูกทรมานอยู่พักใหญ่กว่าจะหนีจากเงื้อมมือของซูชิงเหยียนมาได้ เขามองน้าชายที่ไม่เพียงไม่ช่วย แต่ยังเข้าข้างคนรังแกอย่างขุ่นเคืองแต่ไม่กล้าพูดอะไร ก่อนจะกระซิบข้างหูซูชิงเหยียนเสียงเบา “พี่สาวคนสวย ห้ามลำเอียงเข้าข้างน้านะ! น้าอายุมากกว่าเสี่ยวเฉิน ต้องโดนลงโทษหนักกว่าเสี่ยวเฉินด้วย!”
ซูชิงเหยียนมองกู้ยี่เฉินที่แปรพักตร์เร็วเหลือเกิน มิตรภาพระหว่างน้าหลานนี่ช่างเปราะบางจริง ๆ แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะปล่อยลู่ถิงเฉินไปง่าย ๆ อยู่แล้ว
หลังบันทึกรูปไว้อย่างพอใจ เธอก็เดินไปหาลู่ถิงเฉินด้วยสีหน้ามีเลศนัย แววตาเต็มไปด้วยความสนุกซุกซนอย่างไม่คิดปิดบัง
“ประธานลู่...”
“หิวหรือยัง?”
เธอยังไม่ทันได้พูด ลู่ถิงเฉินก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อน
ตอนแรกเธอก็ไม่ได้รู้สึกหิว แต่พอเขาถามขึ้นมา หลังจากเพิ่งโมโหจนแทบควันออกหูตอนสอนเสี่ยวเฉิน แถมยังเล่นบอลมาตั้งครึ่งชั่วโมง ตอนนี้ท้องก็เริ่ม...หิวนิด ๆ แล้วจริง ๆ
เดี๋ยวก่อน นี่ต้องเป็นแผนเอาของกินมาล่อแน่ ๆ เธอห้ามหลงกลเด็ดขาด!
“ไม่หิว ไม่หิวเลยสักนิด!”
ลู่ถิงเฉินว่า “ฉันทำให้กิน”
อะไรนะ?
ซูชิงเหยียนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง “คุณ...ทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?”
พ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้น “คุณซูอาจไม่ทราบ คุณลู่ไม่เพียงทำอาหารเป็น แต่ยังทำได้เก่งมากด้วย น่าเสียดายที่ผมเคยได้ชิมแค่ครั้งเดียว ตอนวันเกิดอายุครบ 30 ปีของคุณนาย แถมยังเป็นแค่อาหารจานเดียว แต่รสชาติยังติดตรึงใจมาจนถึงวันนี้ หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสอีกเลย”
