หญิงสาวขยับเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมหวานเลี่ยนจาง ๆ ของดอกไอริสลอยแตะจมูก ราวกับผสมยาสลบไว้จนทำให้สมองมึนงง ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของเธอค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้า ยิ่งใกล้เข้ามาทีละนิด ความหวั่นไหวที่ยังไม่ทันจางหายจากเมื่อครู่ก็พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง จนเขาแทบตั้งสติไม่อยู่
“ที่บ้านมีครูสอนอยู่แล้ว เดี๋ยวฉันให้เธอขึ้นมา”
เขาวางไม้คิวแล้วหันหลังเตรียมลงบันได ซูชิงเหยียนกอดอก มองตามแผ่นหลังของเขาพลางเอ่ยเสียงเอื่อย “อ๋อ ที่แท้คุณลู่ทำไม่ไหวสินะ”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็ชะงักเท้าทันที
วินาทีต่อมา ซูชิงเหยียนยังไม่ทันได้ตั้งตัว มือก็ถูกเขาคว้าไว้ ก่อนจะกดเธอลงบนโต๊ะพูลอย่างเอาแต่ใจ “กางนิ้วออก งอข้อนิ้วขึ้นช้า ๆ นิ้วโป้งพยายามยกขึ้นให้ใกล้นิ้วชี้ จะได้ช่วยประคองไม้คิวไม่ให้ไถลออกด้านข้าง”
เสียงทุ้มต่ำกังวานของชายหนุ่มดังขึ้นข้างหู ซูชิงเหยียนยังมัวแต่ตะลึงกับท่าทางต่อเนื่องรวดเร็วและหนักแน่นของเขา พอคิดจะขยับก็เพิ่งรู้ว่า...แรงเขาเยอะมากจนเธอดิ้นไม่หลุด แถมร่างกายยังร้อนวูบวาบ ราวกับกองไฟที่กำลังลุกโชน
ไม่จริงน่า เธอแค่ล้อเขาเล่นนิดเดียว ทำให้เขาโกรธขนาดนี้เลยเหรอ?
“ว้าว~”
กู้ยี่เฉินใช้มือน้อย ๆ ปิดปากแน่นอยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่าภาพคุณน้ากอดพี่สาวคนสวยนั้นน่าดูสุด ๆ!
เหมือนในหนังสือการ์ตูนที่ราชาหมาป่าร่างกำยำกระโจนกดจิ้งจอกน้อยขนฟูน่ารักลงกับพื้น
