สมาชิกคณะกรรมการบริหารกลุ่มทุนตระกูลลู่ล้วนมีชื่ออยู่ในอันดับมหาเศรษฐีของประเทศ อีกทั้งบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงอย่างซิงเฉินเอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็อยู่ภายใต้การดูแลของเครือบริษัท พวกคนดังระดับแถวหน้าอย่างเซี่ยเชียนเชียนกับมู่หรงซีต่างก็ได้รับการผลักดันจากบริษัทของพวกเขา เรียกได้ว่าทั้งร่ำรวยและมีอำนาจ
คราวนี้ซูชิงเหยียนคงแย่แน่ ต่อให้มีเส้นสายแข็งแกร่งแค่ไหนในวงการบันเทิง ก็รับมือกับพวกเขาไม่ไหว
“งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ให้เขารีบลงมาสิ ฉันมีความอดทนจำกัด”
ซูชิงเหยียนค่อย ๆ หมุนฝาขวดน้ำยาล้างเครื่องสำอางปิด คำพูดที่อวดดีสุดขีดทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงอีกครั้ง
จ้าวเยวี่ยนถึงกับหยิบไพ่ตายออกมาแล้ว แต่เธอยังกล้าพูดจาอวดดีขนาดนี้ ช่างไม่รู้จักกลัวอะไรเลยจริง ๆ รู้หรือเปล่าว่าคณะกรรมการบริหารเครือลู่กรุ๊ปมีอำนาจขนาดไหน?
คนที่หนุนหลังจ้าวเยวี่ยนถึงกับเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารกลุ่มทุนงั้นเหรอ? เซี่ยเชียนเชียนตกใจจนตระหนักได้ว่าเรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน
ตอนนี้อำนาจของกลุ่มทุนตระกูลลู่แผ่ขยายจนแทบจะครอบงำเมืองหลวงได้ทั้งเมือง ไม่ต้องพูดถึงวงการบันเทิงเล็ก ๆ เลย ต่อให้ตระกูลซูมั่งคั่งและทรงอำนาจแค่ไหนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา หากเรื่องบานปลาย ซูชิงเหยียนเสียทั้งชื่อเสียงและเงินทองก็ยังนับว่าเป็นเรื่องเล็ก...
“ซูชิงเหยียน ที่นี่เป็นสตูดิโอถ่ายเอ็มวีเทศกาลวัฒนธรรม ไม่ใช่ที่ให้เธอมาหาเรื่อง ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายลงมือกับคุณจ้าวก่อน ก็รีบขอโทษเธอซะ” เซี่ยเชียนเชียนกอดอกเดินเข้ามา ก่อนจะหันไปทางจ้าวเยวี่ยน “คุณจ้าว ถ้าเธอขอโทษแล้ว เรื่องวันนี้ก็ถือว่าจบกันไป เห็นแก่หน้าฉัน ได้ไหม?”
