“หึ~”
ซูชิงเหยียนมองท่าทางหัวเสียจนแทบคลั่งของอีกฝ่าย ก็อดนึกถึงเรื่องในอดีตไม่ได้
เธอกับเซี่ยเชียนเชียนเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมต้นกัน เพราะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน ช่วงแรกจึงแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กัน แต่หลังจากเธอคว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันเต้นรำของโรงเรียน ส่วนเซี่ยเชียนเชียนได้แค่ที่สอง อีกฝ่ายก็เริ่มเลียนแบบเธออย่างบ้าคลั่ง
เธอย้ายไปอยู่ห้องเรียนพิเศษ เซี่ยเชียนเชียนก็ย้ายตามไป เธอลงสมัครเป็นกรรมการห้อง อีกฝ่ายก็ลงสมัครด้วย เธอเลือกเรียนสายวิทย์ เซี่ยเชียนเชียนก็เลือกตาม เธอเข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลง อีกฝ่ายก็เข้าร่วมด้วย เธอข้ามชั้น เซี่ยเชียนเชียนก็ข้ามชั้นตาม เธอสอบได้ที่หนึ่งของชั้นปี อีกฝ่ายถึงกับเลิกถ่ายละคร จ้างครูสอนพิเศษถึงแปดคนมาติวอย่างบ้าคลั่ง!
หลังจากนั้นถึงขั้นเลียนแบบทั้งสไตล์การแต่งตัว ทรงผม วิธีพูด และความชอบส่วนตัว เรียกได้ว่าเหมือนเธอยิ่งกว่าเงาเสียอีก ทำเอาเพื่อนรอบข้างชอบล้อว่าเธอสองคนเป็นแฟนหญิงกันหรือเปล่า จนเธอรำคาญแทบแย่!
ทุกครั้งที่เจอหน้า เธอมักเรียกอีกฝ่ายอย่างรังเกียจว่า ‘ยัยขี้เลียนแบบ’ แต่เซี่ยเชียนเชียนก็ไม่เคยหยุดเลียนแบบเธอ จนกระทั่งหลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอสอบได้ที่หนึ่งของทั้งเมืองและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยตี้ต้า ถึงได้สลัดอีกฝ่ายหลุดไปเสียที!
ที่จริงเธอไม่เคยเข้าใจเลยว่าเซี่ยเชียนเชียนเป็นดาราเด็ก เข้าวงการตั้งแต่เล็ก มีใบหน้าให้เห็นบนจอเงินอยู่เสมอ แถมยังมีแฟนคลับมากมาย ทำไมถึงต้องมาเลียนแบบคนไร้ชื่อเสียงอย่างเธอด้วย? แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เซี่ยเชียนเชียนไม่เลียนแบบ นั่นคือการชอบซ่งเวินเจ๋อ
