วันใหม่ ความหวังใหม่
กู้หม่านลืมตาขึ้น แล้วมองนาฬิกาข้อมือเป็นอย่างแรก
7 โมง 8 นาที
เขาลุกขึ้น ใช้โป๊ะตะเกียงกดดับตะเกียงน้ำมันศพ ขี้ผึ้งน้ำมันศพที่ผ่านการเสริมแกร่งเพิ่งไหม้ไปครึ่งเดียว ที่เหลือยังใช้ต่อคืนนี้ได้
เหน็บมีดแตงโมไว้ด้านหลังเอว พกยันต์ขั้นเริ่มต้นติดตัวหนึ่งแผ่น กู้หม่านผลักประตูออกไป มุ่งตรงไปบ้านเฉียนคุน
ในละครสืบสวนคดีอาชญากรรมชาติที่แล้ว คนร้ายก่อเหตุเสร็จแล้วก็มักย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ เพื่อชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตัวเอง ดื่มด่ำกับความรู้สึกสำเร็จอันบิดเบี้ยวนั่นไม่ใช่หรือไง
แน่นอนว่ากู้หม่านไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนวิปริต
ก็เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น เขาแค่แวะมาดูเฉย ๆ ว่าสหายเฉียนคุนนอนหลับสบายดีหรือเปล่า หลับอย่างสงบสุขไหม
พอเลี้ยวพ้นกำแพงดินสุดท้าย เขาก็หยุดกึก
“เชี่ย!”
ภาพตรงหน้าระทึกกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ
ไม่สิ ต้องเรียกว่าอนาถยับเยิน
นอกธรณีประตูเต็มไปด้วยซากยุงดูดเลือด ประตูไม้ก็พรุนเป็นตะแกรงไปแล้ว มีรูเล็กใหญ่แน่นขนัด รูใหญ่กว้างเท่ากำปั้น ส่วนรูเล็กก็ยังใหญ่เท่านิ้วมือ
กู้หม่านยังไม่รีบเข้าไปในบ้าน เขาย่อตัวลงข้างวงกบประตู ยกเศษกระเบื้องแตกที่คว่ำไว้ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อคืนขึ้น
ยากันยุงไหม้หมดแล้ว เหลือเพียงเถ้าดำเป็นวง
เขาใช้พื้นรองเท้าบดซ้ำจนละเอียด ก่อนป้ายเถ้าปนดินลงในร่องดินใต้กรอบประตู ทำลายอุปกรณ์ก่อเหตุชิ้นสุดท้าย จากนั้นชักมีดแตงโมออกมา เขี่ยเลือกยุงที่ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่สองสามตัว ตรวจจนแน่ใจว่าตายสนิทแล้ว ถึงเหยียบกองซากเดินเข้าไป
พอผลักประตูไม้ที่ใกล้พังแหล่มิพังแหล่ ภาพในบ้านก็ยิ่งชวนตะลึง
โต๊ะคว่ำ เตียงพัง ขวานบิ่นเล่มหนึ่งตกอยู่บนพื้น คมขวานยังมีขายุงติดอยู่ครึ่งท่อน
