ก้าวแรกย่ำลงไป เท้าทั้งข้างจมมิดลงในหิมะ
ก้าวที่สองหนักกว่าเดิม ฝ่าเท้าเหยียบหิมะที่กองทับถมจนกระจายออกด้านข้าง
อย่าว่าแต่ย่ำหิมะไร้รอยเลย
ยามกู้หม่านวิ่ง เสียงดังไม่ต่างจากหมูป่าที่มุดคุ้ยหาอาหารในไร่เท่าไรนัก
เขาไม่ได้รีบเร่งฝีเท้า แต่ทบทวนท่วงท่าตามภาพประกอบในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ใช้ปลายเท้าสัมผัสหิมะก่อน งุ้มอุ้งเท้า เกร็งข้อเท้าให้มั่นคง
จากนั้นงอเข่าตาม ลดแรงกระแทกจากการทิ้งน้ำหนักลงไปส่วนหนึ่ง แล้วส่งเอวกับสะโพกไปข้างหน้า เท้าหลังอย่ากดลงเต็มแรง พอแตะพื้นก็ยกออกทันที
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว
ความเร็วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
ช่วงแรก ทุกก้าวจมลึกลงไปในหิมะ
หลังวิ่งไปได้สิบกว่าเมตร รอยเท้าก็เริ่มตื้นลง เพียงแต่เขายังถ่ายแรงได้ไม่ลื่นไหลนัก บางครั้งเท้าหน้ายกขึ้นแล้ว แต่เท้าหลังกลับช้ากว่าครึ่งจังหวะ จึงยังทิ้งหลุมลึกไว้ในหิมะอยู่ดี
กู้หม่านวิ่งไปจนสุดลานโล่ง ใช้เท้าขวาหยุดแล้วหมุนตัวกลับ
ฝ่าเท้าลื่นไถล ร่างทั้งร่างพุ่งเฉียงออกไป เกือบจะหัวทิ่มลงไปในกองหิมะข้างทาง
เขาใช้มือข้างเดียวยันพื้น พลิกตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคง
“ยังถ่ายแรงไม่เป็น เกือบได้หัดกินขี้หมาก่อนแล้วไหมล่ะ”
กู้หม่านวิ่งย้อนกลับมาตามทางเดิมอีกครั้ง
ปลายเท้าแตะพื้นหิมะ อุ้งเท้าเกร็งแน่น ข้อเท้า เข่า และเอวสะโพกหดรับแรงตามลำดับ ค่อย ๆ สลายแรงกระแทกจากการลงพื้นทีละชั้น
ทันทีที่ร่างเริ่มทรุดลง ขาหลังพลันออกแรง ส่งร่างทั้งร่างไปข้างหน้าสู่ก้าวถัดไป
ท่วงท่ายังไม่คล่องนัก แต่รอยเท้าด้านหลังไม่ลึกจนหิมะพ้นข้อเท้าเหมือนตอนวิ่งรอบแรกอีกแล้ว
หลังวิ่งรอบที่สามและสี่ ความหนาวเย็นก็ไต่จากฝ่าเท้าขึ้นมาไม่หยุด
น่องเริ่มแข็งทื่อ นิ้วเท้าก็ขยับไม่คล่องเหมือนตอนแรก ทว่ากลับเป็นตอนนี้ที่ความเจ็บตรงฝ่าเท้าลดลง
