ซูซวงซวงพยักหน้าแรง
เธอดีใจมาก ดวงตาเป็นประกายสดใส
ตั้งแต่พูดไม่ได้ กว่าสิบปีมานี้ต้องเผชิญสายตาพิกลนับไม่ถ้วน เธอเบื่อหน่ายชีวิตเช่นนี้เต็มทนแล้ว หากอาการใบ้ของเธอรักษาได้จริง อย่างน้อยต่อหน้าฉินมู่ก็จะรู้สึกด้อยค่าน้อยลงบ้าง
ฉินมู่หรี่ตาลง
สิ่งที่เขาคิดถึงกลับเป็นแม่ลูกโจวอวี้เหยา
หากน้ำไท่ซุ่ยนี้รักษาซูซวงซวงได้ ก็ต้องปรับร่างกายของเสี่ยวกวงให้ดีขึ้นได้แน่
เด็กคนนั้นคลอดก่อนกำหนด ร่างกายอ่อนแอขี้โรค ทุกเดือนต้องวิ่งเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง เพื่อสุขภาพของลูก โจวอวี้เหยาพยายามทุกวิถีทาง แต่กลับไม่เห็นผลดีขึ้นเลย ทุกครั้งที่เห็นนางร้องไห้โศกเศร้า ในใจเขาก็หดหู่ไม่แพ้กัน
“ซวงซวง มีเรื่องหนึ่งฉันอยากปรึกษาเธอ”
ซูซวงซวงเบิกตากลมด้วยความฉงน ตกใจกับคำว่า ‘ซวงซวง’ จากปากฉินมู่
เขามักเรียกแต่ชื่อเต็มของเธอ ตั้งแต่ตกลงหมั้นจนแต่งงานไม่เคยเอ่ยคำว่าซวงซวงเลยสักครั้ง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าและหัวใจเต้นแรง
คุณว่ามาสิ เรื่องอะไร
ฉินมู่ดันกรอบแว่นขึ้น คว้ามือซูซวงซวงไว้ เอ่ยเสียงอ่อนโยน “ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนเข้าใจผู้อื่นเสมอ พ่อของเสี่ยวกวงมีบุญคุณกับฉัน ก่อนสิ้นใจฝากเด็กคนนั้นไว้ ฉันจึงมีหน้าที่ดูแลเขา”
พอได้ยินว่าเกี่ยวข้องกับเสี่ยวกวง รอยยิ้มในแววตาซูซวงซวงก็จางหายไปทีละน้อย
คุณจะพูดอะไรกันแน่
เธอมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องที่ฉินมู่จะพูดคงเกี่ยวกับน้ำไท่ซุ่ย
ก็จริงดังคาด ในวินาทีต่อมาเสียงฉินมู่ก็ดังลั่นอย่างไร้ยางอาย
“หนิงซีบอกจะส่งน้ำไท่ซุ่ยให้เธอทั้งเช้าสายเย็นไม่ใช่หรือ งั้นแบบนี้ เธอแบ่งน้ำไท่ซุ่ยมื้อกลางวันให้เสี่ยวกวง เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอ รับน้ำไท่ซุ่ยวันละสามครั้งคงทนไม่ไหว ค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ เพิ่มทีละนิด”
