เถียนกุ้ยหลันอับอายจนหน้าแดงก่ำ
“ท่านพ่อ ข้าก็แค่เห็นแก่ชื่อเสียงของเฉิงเป่ย์”
ท่านปู่เจียงจะยอมให้นางปัดสวะไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ฮึ
“ถ้าเห็นแก่ชื่อเสียงของเฉิงเป่ย์จริง เจ้าคงไม่ฟังความข้างเดียวเป็นแน่ มีแม่ที่คิดอะไรไม่ตกแบบนี้ ไม่แปลกที่เจียงเยี่ยนเยี่ยนจะเห็นคนอื่นดีกว่าพี่น้องตัวเอง”
คำพูดนี้ฟาดทั้งแม่ทั้งลูก
เถียนกุ้ยหลันก้มหน้าด้วยความละอาย
เจียงเยี่ยนเยี่ยนเองก็ไม่กล้าปริปาก
ท่านปู่เจียงกวาดตามองทั้งคู่ ก่อนจะเลื่อนไปทางเฉาซินโหรว
เด็กสาวคนนี้ข้าเฝ้ามองดูนางเติบใหญ่นับแต่เล็ก คนก็ยังเป็นคนเดิม แต่จิตใจเปลี่ยนไปแล้ว
ท่านนิ่งงัน จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยบารมีและหยั่งรู้ทุกสิ่ง ภายในใจของเฉาซินโหรวเต้นระส่ำ
แต่ถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีทางถอยหลัง
นางกัดฟันมองไปทางเจียงเยี่ยนเยี่ยน
“เยี่ยนเยี่ยน ช่วยข้าหนังสือที่พี่เฉิงเป่ย์เคยใช้มาสักเล่มได้ไหม”
ลายมือของเจียงเฉิงเป่ย์ฝังแน่นในใจนางมานาน เพียงนำมาเทียบก็พิสูจน์ได้ว่าตนไม่ได้โกหก
เจียงเยี่ยนเยี่ยนยังไม่ทันเอ่ยปาก
หนิงซีก็เดินออกจากห้อง หยิบจดหมายที่เจียงเยี่ยนเยี่ยนให้เมื่อเช้า กับสมุดการบ้านเก่าของเจียงเฉิงเป่ย์ ส่งให้ท่านปู่เจียงโดยตรง และยังให้เจียงเฉิงเป่ย์เขียนข้อความเพิ่มลงบนกระดาษอีกด้วย
“ท่านปู่ ดูนี่สิ”
ท่านปู่เจียงพินิจอย่างละเอียด
เห็นได้ชัดว่า ลายมือในจดหมายนั้นเหมือนกับในสมุดการบ้านราวกับออกจากมือเดียวกัน
ท่านพยักหน้า กล่าวว่า “ลายมือในจดหมายเหมือนกับของเฉิงเป่ย์จริง”
ทันทีที่ได้ยิน เฉาซินโหรวเบิกตาด้วยความดีใจ
เจียงเยี่ยนเยี่ยนยิ่งดีใจจนกระโดด คว้ามือเฉาซินโหรว
“พี่ซินโหรว ดีจังเลย เจ้าจะได้แต่งงานกับพี่รองข้าแล้ว!”
“อื้ม!”
เฉาซินโหรวเขินอาย เหลือบมองเจียงเฉิงเป่ย์ แล้วเอ่ยเสียงนุ่มนวล
“พี่เฉิงเป่ย์”
