เฉียวอันฟังออกว่าน้องชายพูดเป็นนัยอะไร จึงตวัดสายตาดุใส่
“คิดจะหาอะไรกินฟรีรึ สินค้าชั้นดีแบบนี้ต้องขายได้ราคาใหญ่ ไสหัวไปให้ไกลเลยนะ!”
ไล่น้องชายไปแล้ว เขามองดูใบหน้างดงามราวบุปผาของคนตรงหน้า จิตใจก็พลุ่งพล่านด้วยตัณหา ต่อให้ไม่ได้ลงเอยจริงจัง แต่ขอให้ตัวเองได้ชื่นใจหน่อยก็ยังดี คิดได้ดังนั้นก็ยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อหนิงซี
“ฮิๆ พี่จะดูแลเธอให้ดี”
หนิงซีรู้สึกปวดตื้อที่ท้ายทอย รู้สึกได้ถึงมือคู่หนึ่งที่กำลังลูบคลำบนตัว จึงลืมตาขึ้นทันที ก่อนจะยกมือฟาดออกไปอย่างแรงด้วยสัญชาตญาณ
“เพียะ”
ถูกตบเข้าอย่างจัง เฉียวอันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบะปากยิ้มออกมา
เสียงหัวเราะดังก้องในห้องแคบๆ มืดสลัว ช่างประหลาดน่าขนลุก
“ฮะๆ นึกไม่ถึงเลยนะว่าเป็นสาวแซ่บ”
เขาไม่โกรธ แต่กลับหัวเราะ
ดวงตาใต้แว่นเป็นประกายสีเขียววูบวาบ
“คุณ!”
หนิงซีไม่เคยคาดคิดเลยว่าคนที่ทำร้ายตนคือไอ้หนุ่มในเมืองของเจียงเยี่ยนเยี่ยน
เรื่องราวเชื่อมโยงกันเป็นเส้นตรงในหัวทันที
เจียงเยี่ยนเยี่ยนอ้างว่ามีคนค้ามนุษย์มาทำร้ายคนกลางถนน เพื่อหลอกเจียงเฉิงเป่ย์ไป ส่วนตัวเธอตกเป็นเป้าเดี่ยวได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ที่ตรอกฝั่งตรงข้ามสหกรณ์จัดซื้อจัดจำหน่าย พอเข้าไปดูก็ถูกใครบางคนซุ่มทำร้ายจากข้างหลัง
ถ้าคาดเดาไม่ผิด คงไม่มีเด็กถูกหลอกลักพาตัวแต่แรก
เป้าหมายของพวกมันมีแค่ตัวเธอตั้งแต่ต้นจนจบ และเจียงเยี่ยนเยี่ยนก็เป็นตัวช่วย
ช่างเป็นแผนตีด่านตะวันออกเพื่อตีด่านตะวันตกเสียจริง!
“คุณเป็นคนค้ามนุษย์”
“ใช่แล้ว”
เฉียวอันจ้องมองหนิงซี น้ำลายสอ กลืนน้ำลายพลางหัวเราะอย่างอำมหิตย่ามใจ
“แต่เธอจะโทษฉันก็ไม่ได้นะ ถ้าไม่มีเจียงเยี่ยนเยี่ยนช่วย ฉันก็คงไม่จัดการเธอได้สำเร็จราบรื่นแบบนี้หรอก พูดแล้วก็นะ ฟ้าไม่เข้าข้างเธอเลยที่เลือกผิดคน ถ้ามาอยู่กับฉันสิ จะได้กินของอร่อย มีเงินทองใช้ไม่หมด”
