คืนนั้น ถวนถวนกลับถึงจวนอ๋อง แล้วเล่าสภาพปัจจุบันของสำนักสตรีให้คนในครอบครัวฟังอย่างเจื้อยแจ้ว
เซียวหยวนเหิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ความปลอดภัยเป็นเรื่องแรกที่สำนักสตรีต้องจัดการให้ดี นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด”
เซียวหนิงสวินพยักหน้า “ท่านพ่อกล่าวถูกต้อง ที่นั่นล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ชื่อเสียงของสำนักสตรีก็ย่อมรักษาไว้ไม่ได้”
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้ข้าจะพาช่างฝีมือจากกรมโยธาธิการไปที่นั่น เพิ่มความสูงและเสริมความแข็งแรงให้กำแพงลานทั้งหมด แล้วสร้างเรือนขึ้นอีกหลายห้องตรงหน้าประตูทางเข้า”
“ท่านพ่อ อาจคัดเลือกทหารองครักษ์จากจวนอ๋องมาสัก...สิบคน ก็น่าจะเพียงพอ เมื่อสร้างเรือนเสร็จ ให้พวกเขาพักอยู่ในเรือนด้านนอกลาน เช่นนี้ก็ไม่ทำให้สำนักสตรีเสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งยังทำให้โจรผู้ร้ายทั่วไปไม่กล้าคิดร้ายกับสำนักสตรีอีก”
ถวนถวนรีบพูดแทรกขึ้นมา “ข้าจะพาต้าหลังมาไว้ที่สำนักสตรี! ป้ากัวบอกว่าต้องมีสุนัขตัวใหญ่ไว้เฝ้าประตู! แบบนี้ข้าก็จะได้เจอมันทุกวันแล้ว!”
เซียวหยวนเหิงยิ้ม “ได้ พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าเข้าวัง เจ้าไปรับต้าหลังที่ตำหนักหงอี๋ ส่วนข้าจะเข้าเฝ้าฝ่าบาท ขอพระราชทานพระอักษร แล้วเขียนคำว่าสำนักสตรีทำเป็นป้ายแขวนไว้เหนือประตู”
“ดูสิว่าใครยังกล้าคิดร้ายกับสำนักสตรีของลูกสาวข้าอีก!”
เฉิงหรูอันขมวดคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้มีเพียงเด็กสาวไม่กี่คนก็ยังไม่เป็นไร แต่ต่อไปหากมีคนมากขึ้น ทั้งอาจารย์และศิษย์ ถวนถวนยังคงเลี้ยงดูพวกนางทั้งอาหาร ที่พัก และการเรียนเช่นตอนนี้ มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ นานวันเข้าคงยากจะประคองต่อไป”
“ที่สำคัญ หากพูดออกไป เกรงว่าจะไม่มีใครเชื่อด้วยซ้ำ”
