อาภรณ์ของสตรีผู้นั้นในช่วงท้ายของวิดีโอ เหมือนกับเครื่องแต่งกายของ “เซียน” ในจอสวรรค์ที่อิ๋งเจิ้งเคยเห็นก่อนหน้านี้ทุกประการ ทำให้เขาเข้าใจว่านั่นคือเครื่องแต่งกายของผู้คนในอีกห้าพันปีให้หลัง
ทว่าในสายตาเขา เครื่องแต่งกายนั้น “ลวก ๆ” เกินไป ไม่เข้ากับรสนิยมของจักรพรรดิแม้แต่น้อย
สิ่งที่ขัดตาเขายิ่งกว่าคืออักษร “ฉินฮั่น” ที่ปรากฏเด่นชัดอยู่หลังชุดจ้านกั๋ว
เขาแค่นเสียงเย็นชา ก่อนเอ่ยถามเสียงเข้ม “หลี่ซือ! เหตุใดเครื่องแต่งกายของราชวงศ์ฉินจึงถูกเรียกว่า ‘ฉินฮั่น’ นี่หมายความว่าอย่างไร!”
หลี่ซือก้าวออกมารับคำ ทั้งในใจก็ทุกข์ระทมจนแทบร้องไห้ เขาจะไม่รู้ความหมายของวิดีโอนี้ได้อย่างไร?
นั่นหมายความว่าราชวงศ์ฉินของพวกเขาล่มสลายแล้ว!
ส่วนอักษร “ฉินฮั่น” หมายถึงสิ่งใด หลี่ซือมีข้อคาดเดาอันไม่น่าพิสมัยอยู่ในใจ ทว่าเมื่อเห็นสีหน้ามืดครึ้มของฝ่าบาท เขาจะกล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ ได้อย่างไร?
เขาจึงได้แต่ฝืนใจประสานมือค้อมกายกราบทูล “ทูลฝ่าบาท กระหม่อม...ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”
อิ๋งเจิ้งมองเจ้าหนูเจ้าเล่ห์ผู้นี้ แล้วแค่นเสียงเย็นชา โบกมือให้ถอยออกไป
บรรยากาศในท้องพระโรงอึมครึมถึงขีดสุด ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักต่างมองเห็นความจริงจากวิดีโอ ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปาก
ทุกคนต่างรู้ดีว่า สิ่งที่จักรพรรดิองค์แรกทรงปรารถนาคือให้ราชวงศ์ฉิน “สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เป็นจักรพรรดิยาวนานหมื่นชั่วคน” ทว่าในห้าพันปีนี้ ราชวงศ์ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนดุจภาพมายาที่ผ่านพ้นไป อย่าว่าแต่ความฝันที่จะครองอำนาจหมื่นชั่วคนเลย เกรงว่าแม้แต่พันชั่วคนก็ยังยากจะเป็นจริง
