ราวกับปีกผีเสื้อที่ถูกทำให้ตกใจ ขนตาของหญิงสาวพลันสั่นไหวเบา ๆ
สายลมจากแม่น้ำหอบละอองฝนละเอียดพัดปะทะใบหน้า เย็นชื้นแนบลงบนแก้ม ทั้งยังคันยุบยิบเล็กน้อย
อวี๋เสวียชิงยกมือขึ้น ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับขนตาเบา ๆ พลางเตรียมจะลุกขึ้น
ทางด้านฟู่หลิงเห็นฝนตกลงมา ก็รีบหยิบร่มกระดาษน้ำมันออกมา กางแล้วเดินมาทางนี้
ทว่ายังไม่ทันมาถึง อวี๋เสวียชิงก็รู้สึกว่าฝนเหนือศีรษะหยุดลงกะทันหัน แม้แต่สายลมก็คล้ายถูกกั้นไว้เกือบหมด
นางรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงหันกลับไปมอง แล้วก็เห็นฮั่วจงหมิงมายืนอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ในมือกางร่มกระดาษน้ำมันสีเขียวหมึกอยู่
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เพียงยืนอยู่ตรงนั้น ก็ช่วยบังลมฝนที่พัดเฉียงมาได้จนหมด
ดูเหมือนเขาจะโปรดปรานเสื้อผ้าสีเข้ม วันนี้ก็สวมชุดรัดกุมสีดำสนิท ปักลายเมฆประณีตไว้ตรงปลายแขนเสื้อกับชายเสื้อเท่านั้น ยิ่งขับให้ไหล่กว้างเอวคอดและท่วงท่าสง่าผึ่งผาย
“ขอบคุณท่านฮั่ว” อวี๋เสวียชิงกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
ฟู่หลิงเห็นเช่นนั้นก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น รีบกางร่มเดินมาหา
ทั้งสองอยู่ใกล้กันเกินไป อวี๋เสวียชิงจึงถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว แล้วไปยืนใต้ร่มของฟู่หลิงแทน
สายฝนค่อย ๆ หนาแน่นขึ้น โชคดีที่ยังเป็นเพียงฝนพรำ เม็ดฝนตกกระทบผิวน้ำในแม่น้ำดังซ่า ๆ พอประสานกับสายลมจากแม่น้ำแล้ว กลับให้ความรู้สึกเย็นสบายอยู่หลายส่วน
ร่มสองคันอยู่เคียงกัน คันหนึ่งสีขาวนวลราวจันทร์ อีกคันสีเขียวหมึก ท่ามกลางผืนน้ำและฟ้าสีหม่นเทา กลับชวนให้รู้สึกราวกับภาพวาดหมึกจีนอันงดงาม
ฮั่วจงหมิงหลุบตาลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาว่า “คุณหนูอวี้ ตอนนี้พอจะมีเวลาหรือไม่ เมื่อวานเรานัดกันไว้ ทางเรือของเราเตรียมโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว อยากเชิญท่านไปร่วมรับประทานด้วยกัน”
