ยามดึกสงัด หมอกในป่าทึบยิ่งหนาขึ้นเรื่อย ๆ ยังพอได้ยินเสียงบางสิ่งเสียดสีกับใบหญ้าดังซ่า ๆ แผ่วเบา
ฮั่วจงหมิงกระชับอ้อมแขนรอบร่างหญิงสาว เงยหน้ามองไปทางต้นเสียง แล้วบังเอิญสบเข้ากับดวงตาแนวตั้งคู่หนึ่งที่จ้องมองมาอย่างเย็นเยียบ
เขาจำได้อย่างรวดเร็วว่านี่คืองูดำตัวที่พยายามโจมตีอวี๋เสวียชิงเมื่อตอนกลางวัน
มันตัวใหญ่กว่าตอนกลางวันมาก ศีรษะงูชูสูงเกือบครึ่งคน ทว่าด้วยเหตุใดไม่ทราบ มันกลับเพียงขดตัวอยู่ในความมืด ไม่กล้าล่วงเข้าสู่บริเวณรอบต้นไทรที่แสงไฟส่องถึงแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ดวงตาแนวตั้งคู่นั้นยังเป็นสีทอง แต่ตอนนี้รอบเบ้าตากลับมีวงสีแดงคล้ำจาง ๆ ดูผิดปกติอย่างยิ่ง
ฮั่วจงหมิงคว้าไม้ที่วางอยู่ข้างกายไว้ในมือ คิ้วขมวดต่ำ จ้องมันเขม็งไม่วางตา
เดิมทีงูดำยังจ้องหญิงสาวที่หลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างละโมบ แต่ทันทีที่สบสายตากับฮั่วจงหมิง ร่างมหึมาของมันกลับหดเกร็งลงเล็กน้อย แม้จะสังเกตเห็นได้ไม่ชัดนักก็ตาม
มันแลบลิ้นออกมา ส่งเสียงฟ่อ ๆ สองครั้ง
แรงกระแทกจากไม้เมื่อตอนกลางวันยังทำให้ทั่วร่างมันปวดระบมมาจนถึงตอนนี้ แต่สิ่งที่กระตุ้นสัญชาตญาณให้มันระวังตัวมากกว่ากลับเป็นกลิ่นอายจาง ๆ ที่แผ่ออกมาจากชายตรงหน้า
กลิ่นอายนั้นร้อนแรงและน่าเกรงขาม ราวกับมีไอร้อนแผดเผาดุจเปลวเพลิง คล้ายแรงข่มจากศัตรูโดยกำเนิดที่ฝังอยู่ในสายเลือด ยิ่งทำให้มันสับสน ก็ยิ่งไม่กล้าเข้าใกล้
หมอกรอบด้านค่อย ๆ หนาทึบจนแทบจะโถมเข้ามา ถึงขั้นมีแนวโน้มว่าจะกลืนกองไฟเสียด้วยซ้ำ เปลวไฟเล็ก ๆ ดิ้นรนไหววูบอยู่ในหมอก แสงสีส้มเหลืองถูกบีบให้หดเล็กลงทีละน้อย
