ฮั่วจงหมิงถอนหายใจ ยื่นมือขวางนางไว้ “ช่างเถิด หากไม่อยากกินก็ไม่ต้องกิน เราค่อยคิดหาวิธีอื่นอีกที”
อวี๋เสวียชิงหยุดทันที ดวงตาเป็นประกายจับจ้องเขา “ยังมีอย่างอื่นให้กินอีกหรือ?”
ฮั่วจงหมิงครุ่นคิด ก่อนจะหักกิ่งเถาวัลย์มาหนึ่งกิ่ง ลอกเปลือกออก แล้ววางผลไม้พุ่มไฟทั้งพวงพาดไว้บนกิ่งอย่างระมัดระวัง นำไปตั้งไว้ข้างกองไฟให้ค่อย ๆ ย่าง
ไม่นาน เปลือกผลไม้สีส้มแดงก็เริ่มย่น กลิ่นเปรี้ยวหวานจาง ๆ ลอยฟุ้งออกมา
เมื่อผลไม้คลายร้อนลง เขาลองชิมก่อนหนึ่งคำ พบว่ารสเปรี้ยวลดลงจริง ๆ จึงค่อยส่งให้หญิงสาว
อวี๋เสวียชิงลองกัดคำเล็ก ๆ อย่างระมัดระวัง ดวงตาพลันโค้งขึ้น “อืม... ดูเหมือนจะพอกินได้”
กินไปไม่กี่ผล จู่ ๆ นางก็เกิดสนใจขึ้นมา อย่างไรเสียฮั่วจงหมิงก็เก็บกวาดพื้นที่ใต้ต้นไม้จนโล่งแล้ว แม้พื้นจะยังมีใบไม้ผุอยู่บ้าง เหยียบลงไปก็ยังไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก
แต่เพื่อจะได้ย่างผลไม้ป่าด้วยมือตนเอง อวี๋เสวียชิงจึงตัดสินใจอดทนสักหน่อย
นางยกชายกระโปรงขึ้น ค่อย ๆ ย่อตัวลง ทั้งยังรวบชายกระโปรงที่ยาวเกินไปขึ้นมาวางบนเข่าเป็นพิเศษ
ทว่ากระโปรงซ้อนกันหลายชั้น รวบอย่างไรก็ไม่หมด พอขยับเพียงนิด ชายกระโปรงก็ร่วงลงพื้น ขอบกระโปรงจึงเปื้อนใบไม้ผุและดินทันที
