ลู่อันเหนียนเพิ่งกลับจากทางตะวันออกของเมือง ยังไม่ทันเดินเข้าใกล้ประตูศาลาอำเภอ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมา
จ้าวซื่อลั่งเปลือยท่อนบน มือถือตาชั่งคันใหญ่ กำลังตะโกนเสียงดังใส่ฝูงชนเบื้องล่าง
“หลี่ซื่อ จอบสองเล่ม รวมหนักเจ็ดชั่งครึ่ง!”
“แลกข้าวขาวได้หนึ่งชั่งครึ่ง!”
แถวผู้คนที่มาต่อคิวยาวจากหน้าประตูศาลาอำเภอ เลี้ยวไปจนถึงหัวมุมถนน
การรับซื้อเหล็กเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่ง
ยังไม่ถึงสองชั่วยาม เครื่องมือเหล็กนานาชนิดก็กองพะเนินเป็นภูเขาเหล็กแล้ว
มีทั้งแท่งเหล็กสั้นยาวไม่เท่ากัน มีดทำครัวบิ่นแหว่ง และหม้อเหล็กที่ถูกไฟเผาจนเสียรูป เรียกว่ามีครบทุกอย่าง
เมื่อเห็นลู่อันเหนียนเดินมา จ้าวซื่อลั่งก็รีบส่งตาชั่งให้คนข้างกาย แล้วก้าวเข้าไปต้อนรับ
“ใต้เท้า ท่านกลับมาแล้ว!”
“รับซื้อได้เท่าไรแล้ว?”
“ใกล้ครบหนึ่งพันชั่งแล้วขอรับ!” จ้าวซื่อลั่งปาดเหงื่อ
“ข้าเห็นคนมาแลกข้าวกันมาก คิดว่าน่าจะพอทำภารกิจให้สำเร็จ จึงตัดสินใจเลือกวัสดุที่ค่อนข้างดีมาบ้างขอรับ”
“ไม่เลว” ลู่อันเหนียนพยักหน้า
“พอครบหนึ่งพันชั่งแล้วก็หยุดไว้ก่อน”
“อีกสักครู่คัดชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงสามสิบคน ขนเหล็กไปส่งที่หวังตีเหล็กทางตะวันออกของเมือง จากนั้นให้อยู่ช่วยงานที่นั่นและทำตามคำสั่งหวังตีเหล็ก แต่ละคนคิดแต้มแรงงานวันละยี่สิบแต้ม!”
“ใช้เวลาให้เร็วที่สุด ตีอาวุธให้กองพิทักษ์เสบียง”
“รับบัญชา!” จ้าวซื่อลั่งขานรับเสียงดัง
ลู่อันเหนียนไม่สนใจเขาต่อ หันไปเรียกจ้าวเถี่ยหนิว
“เถี่ยหนิว พอคัดคนเข้ากองพิทักษ์เสบียงเสร็จแล้วก็อย่าปล่อยให้ว่างงาน”
“ยังไม่มีอาวุธก็ใช้ไม้พลองยาวฝึกซ้อมไปก่อน เรื่องนี้ให้เจ้ารับผิดชอบทั้งหมด!”
“อีกสักครู่ข้าจะสรุปวิธีฝึกซ้อมให้ เจ้าก็ทำตามนั้น เวลากระชั้นชิด ห้ามอู้งานเด็ดขาด”
