“ตีเมือง!”
เสียงคำรามของหลี่เหมิงดุจก้อนหินมหึมาทุ่มลงกลางฝูงโจรที่ส่งเสียงอึกทึกอยู่ก่อนแล้ว ก่อคลื่นโหมกระหน่ำขึ้นในพริบตา
“โฮ——!”
โจรภูเขานับพันส่งเสียงคำรามดุจสัตว์ร้าย โบกอาวุธนานาชนิดในมือ ทะยานพุ่งเข้าหากำแพงเมืองสีเหลืองเทา ดุจน้ำหลากที่พังทลายเขื่อน
ผู้ที่วิ่งนำหน้าเป็นกลุ่มคนที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพราะถูกล่อด้วยรางวัลก้อนโต
ทว่าบนบ่าของพวกเขามีเพียงบันไดยาวธรรมดา ในดวงตาเปี่ยมด้วยความโลภต่อเสบียงและสตรี
ในสายตาของพวกเขา ขอเพียงพุ่งไปถึงใต้กำแพงแล้วพาดบันไดขึ้นไป งานเลี้ยงปล้นสะดมครั้งใหญ่ก็จะเริ่มต้นขึ้น
พวกเขาหารู้ไม่ว่าตนเป็นเพียงเบี้ยหน้ากระดานที่หลี่เหมิงส่งออกมาหยั่งเชิงกำลังป้องกันเมืองของอำเภอชิงซาน
บนกำแพงเมือง บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้น
สมาชิกกองพิทักษ์เสบียงจำนวนมากที่เพิ่งลงสนามรบเป็นครั้งแรก เผชิญหน้ากับภาพตรงหน้าแล้วไม่อาจหลีกเลี่ยงอาการหน้าซีดได้ ฝ่ามือที่กำหอกแน่นชุ่มไปด้วยเหงื่อ
“อย่าตื่นตระหนก!”
เสียงตะโกนของจ้าวเถี่ยหนิวดังกึกก้องบนกำแพงประหนึ่งฟ้าผ่า “ทุกคนยืนตัวตรงเดี๋ยวนี้! นึกถึงเมียกับลูกที่อยู่ข้างหลังพวกเจ้า! นึกถึงเสบียงที่นายท่านแจกจ่ายกับเตียงอุ่นๆ ในบ้าน!”
“ผู้ใดกล้าถอยแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ต้องรอให้โจรภูเขาลงมือ ข้าจะบิดหัวมันด้วยมือข้าเอง!”
คำอบรมที่หยาบกระด้างแต่ได้ผล ทำให้ฝูงชนที่กำลังแตกตื่นสงบลงในทันที
พวกเขามองร่างสูงใหญ่กำยำดุจขุนเขาของจ้าวเถี่ยหนิว แล้วมองไปยังลู่อันเหนียนที่ยังคงยืนพิงราวอยู่ไกลๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
ความตื่นตระหนกที่เกิดจากความหวาดกลัวในใจ กลับสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์
“นายท่าน ข้าศึกเข้ามาในระยะห้าร้อยก้าวแล้ว”
