ผู้ใหญ่ย่อมคิดอะไรซับซ้อน แต่เด็กน้อยนั้นมิได้มีเรื่องวุ่นวายใจมากมาย เด็กหนูทั้งหลายของตระกูลเจี่ยนต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เจี่ยนเจินวัยสิบเอ็ดปีดูจะสุขุมกว่าใคร เพื่อนเพียงเม้มริมฝีปากยิ้มน้อยๆ ลูบคลำกล่องทองแดงเย็นเฉียบนั้นราวกับสัมผัสทรัพย์สมบัติล้ำค่า
เด็กสองคนเล็กนั้นหาได้มีทีท่าเอาใจยากไม่ ไซร้ก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วถามคำถามต่างๆนาๆ จนไป๋เยว่ต้องปวดหัว
“รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่ำรวยเป็นเจ้าของทรัพย์” ไป๋เยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนในที...อีกทั้งโอบกอดพวกเขาทั้งสองไว้
เด็กพวกนี้ช่างน่ารัก เลี้ยงดูมาดีทั้งบุคลิกและน้ำใจ งดงามดั่งหยกแกะสลักและสุภาพเรียบร้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมเจี้ยนอวี่เมื่อโตขึ้นมา ถึงกลับเพี้ยนไป ภายในใจเต็มไปด้วยอบายมุข
“ดีขอรับ” เจี้ยนเจอะพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ซื้อขนมได้หนึ่งกล่องใหญ่เลยขอรับ?”
ขนมของร้านข้าวสาลียูนนา ขนมบัวแดงตอกสีสาง ที่ท่านตาชอบทาน ราคากล่องละสองร้อยอีแปะ
ไป๋เยว่ลูบศีรษะเจี้ยนเจอะ: “แต่เงินนี้เราได้มาอย่างยากลำบาก และตอนนี้เรายังมีทางเลือกในการหาเงินไม่มากนัก ใช่หรือไม่?”
เด็กหนุ่มพยักหน้าให้
“จึงเฝ้าเรียนหนังสือให้ดี ก้าวหน้าขึ้นทุกสิ่ง” ไป๋เยว่กล่าว: “มีวิชาความรู้มากมาย พอเติบโตก็จะมีความสามารถเลือกทางของได้ ทั้งด้วยวิธีนี้หรือวิธีนั้น ได้เช่นเลือกใช้ชีวิตหรือให้ชีวิตเลือกเพียงเจ้า”
การสนับสนุนศึกษาคือเรื่องระยะยาวต้องทำราวสายลมฝนที่ละเมียดละไม ค่อยๆซึมซาบเข้าสู่ชีวิตประจำวันจนไม่รู้ตัง
