เจี่ยนอวี่กำลังยื่นมืออยู่ ยังไม่ทันได้พยุงไป๋เยว่ขึ้นมา ม่านหน้าต่างก็ถูกเปิดออกดังพรึ่บ
ศีรษะโตของเหลียงเหมิงโผล่มานอกหน้าต่าง อ้าปากกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ทว่ากลับตะลึงงันไปเสียก่อน
ภายในรถมา เจี่ยนอวี่ยื่นมืออยู่ ส่วนไป๋เยว่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา เมื่อเพ่งมองให้ดี สันจมูกกับหน้าผากยังแดงก่ำ
หากเป็นคู่รักหวานชื่น คงจินตนาการภาพชวนให้ใจเต้นได้ไม่น้อย แต่เจี่ยนอวี่ไม่เคยมีสีหน้าดี ๆ ให้ไป๋เยว่เลย เรื่องนี้จึงต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ภาพตรงหน้าราวกับโจรอันธพาลอาศัยอำนาจรังแกหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ชัด ๆ
“คุณชาย...ท่าน...” เหลียงเหมิงพลันรู้สึกประหนึ่งเห็นเรื่องที่ไม่ควรเห็นเข้าเสียแล้ว เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบปล่อยม่านลงทันที
แม้คุณชายจะไม่ชอบไป๋เยว่ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะลงมือกับสตรีอ่อนแอ หรือว่าโกรธจนขาดสติไปแล้วจริง ๆ
ท่ามกลางการปกปิดอย่างเห็นได้ชัดของเหลียงเหมิง บรรยากาศกระอักกระอ่วนระหว่างทั้งสองแทบจะล้นทะลักออกมาจากห้องโดยสาร
ในที่สุดเจี่ยนอวี่ก็กระชากม่านเปิดออก ยื่นศีรษะออกไปแล้วเอ่ยเสียงขรึมว่า “เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงหยุดรถ”
เมื่อครู่ไม่ใช่รถสั่นสะเทือน แต่เป็นการหยุดกะทันหัน
เหลียงเหมิงหันหลังให้รถมา ราวกับจงใจหลบเลี่ยง เขายิ่งมองก็ยิ่งโมโห “เกิดอะไรขึ้น”
“คุณชาย” เหลียงเหมิงไม่หันกลับมา เพียงชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม
ฝั่งตรงข้ามเป็นป่าละเมาะแห่งหนึ่ง ถูกหิมะปกคลุมจนขาวโพลน มองผ่าน ๆ ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ
