ลู่เหมยกลับคณะเต้นรำสาย จึงต้องกระโดดเบอร์พีเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง
ตลอดทั้งวันเธอใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ทางตระกูลซ่งคงกลับไปไม่ได้แน่ แต่ถ้ากลับบ้านเหมือนก่อนหน้านี้ เธอจะเผชิญหน้ากับจงเยว่อย่างไรดี เธอไม่เหมือนเขาที่ผ่านศึกมามากมาย นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายคนหนึ่งสัมผัสตัวเธอ ถึงจะเป็นการช่วยคลี่คลายสถานการณ์เพราะไม่มีทางเลือก แต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าเขาหรือมือของเขา เธอก็อดคิดมากไม่ได้ พอคิดมากก็อยากหลบหน้าเขา
เธอเองก็อยากทำเหมือนเรื่องที่บ้านเก่าไม่เคยเกิดขึ้น
แต่เธอไม่ได้เด็ดขาดแบบเขา
และก็ไม่ได้หน้าด้านเท่าเขาด้วย
หลังซ้อมการแสดงเสร็จ ลู่เหมยไม่ได้เลิกงานกลับบ้าน แต่เลือกฝึกต่อในห้องซ้อม เธอฝึกจนเหงื่อท่วมตัวก็ยังไม่หยุด
ตอนทำงานล่วงเวลาจนถึงหนึ่งทุ่ม เธอโทรหาป้าจาง
“ป้าจาง ที่บ้านมีป้าอยู่คนเดียวหรือเปล่าคะ”
ป้าจางถามอย่างงุนงง “ไม่ใช่นะคะ คนขับรถกับพ่อครัวก็เข้าเวรอยู่เหมือนกัน”
ลู่เหมยรีบแก้คำพูด “ฉันหมายถึง จงเยว่กลับมาหรือยังคะ”
“ที่แท้คุณนายอยากถามเรื่องคุณชายจงนี่เอง เขายังไม่กลับมาค่ะ”
“คืนนี้เขาจะออกไปดื่มข้างนอก แล้วไม่กลับบ้านหรือเปล่าคะ”
ถ้าจงเยว่ไม่กลับบ้าน เธอก็จะได้กลับไปอย่างสบายใจ
ถ้าเขากลับถึงบ้านแล้ว เธอก็จะทำงานต่อที่คณะเต้นรำ แล้วค่อยกลับช้าสักสองชั่วโมง แบบนี้ก็ไม่ต้องคุยกับเขา กลับไปอาบน้ำแล้วล้มตัวนอนก็พอ
จงเยว่ไม่ค่อยมีเวลาแน่นอน ป้าจางจึงตอบไม่ถูก “เรื่องนี้บอกยากจริง ๆ ค่ะ ตั้งแต่คุณชายแต่งงานกับคุณนาย เขากลับบ้านบ่อยกว่าเมื่อก่อนมาก”
ลู่เหมยเผยสีหน้าลำบากใจ “ถ้าอย่างนั้น...”
“คุณนายคิดถึงคุณชายจงหรือเปล่าคะ” ป้าจางหัวเราะแซว “ลองโทรหาเขาดูสิคะ ถ้าคุณชายจงรู้ว่าคุณคิดถึงเขา บางทีคืนนี้อาจกลับมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้”
ลู่เหมยตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ “ฉันไม่เอาด้วยหรอกค่ะ”
“เอ๊ะ?” ป้าจางงุนงง
“ฉันหมายถึง เขามีงานรัดตัว ฉันไม่รบกวนเขาดีกว่าค่ะ” ลู่เหมยวางสายอย่างกระอักกระอ่วน “ป้าอย่าบอกอะไรเขานะคะ ฉันวางก่อนล่ะ”
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ลู่เหมยก็โทรหาป้าจางอีกครั้งเพื่อถามเรื่องจงเยว่
ป้าจางตอบว่า “คุณชายจงยังไม่กลับมาค่ะ คืนนี้อาจไม่กลับแล้ว”
“อ๋อ...”
อย่างนั้นก็ดี
