สายลมอ่อนพัดเอื่อย บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ เสียงทุ้มต่ำของจงเยว่จึงฟังชัดเป็นพิเศษ
“ก็ใช่น่ะสิ คุณชายจงอย่างเราจะถูกผู้หญิงคนเดียวคุมอยู่หมัดได้ยังไง” เพื่อนคนหนึ่งรับคำ “คืนเข้าหอเมื่อไร พวกเราจะไปดื่มกันให้โต้รุ่ง ให้เธอเห็นเสียหน่อยว่าใครเป็นใคร”
“ถึงตอนนั้นค่อยส่งรูปที่มีสาว ๆ นั่งขนาบซ้ายขวาไปให้ว่าที่พี่สะใภ้ ดูสิว่าเธอจะทำหน้ายังไง”
คนพวกนี้ใจร้ายกันสุด ๆ ต่างแย่งกันเสนอแผนชั่ว ๆ
มีเพียงโจวเฉิงที่หรี่ตามองไปทางหนึ่ง ก่อนจะชี้มือ “คุณชายเยว่ ผู้หญิงตรงเขตพักผ่อนคนนั้นใช่คู่หมั้นของคุณหรือเปล่า?”
ก่อนหน้านี้ลู่เหมยเคยมาถามทาง โจวเฉิงเคยเจอเธอครั้งหนึ่ง ทั้งยังเห็นรูปถ่ายด้วย จึงพอคุ้นหน้าอยู่บ้าง
ในฐานะเพื่อนสนิทที่คบกันมาหลายปี โจวเฉิงเองก็ไม่เข้าใจนักว่าลู่เหมยมีจุดไหนดึงดูดใจคน
ถ้าจะให้พูด ก็คงเป็นเพราะเธอดูเรียบร้อยน่ารักกระมัง
จงเยว่ตั้งใจเล่นกอล์ฟ ว่างจากเกมแล้วจึงค่อยปรายตามองไปอย่างไม่รีบร้อน และเห็นลู่เหมยเข้าจริง ๆ ข้างกายเธอยังมีผู้หญิงอีกคน ซึ่งเขาเคยเจอมาก่อน นั่นคือพี่สาวคนรองของเธอ
เขาถามอย่างใจลอย “เธอมาทำไม?”
“จริงหรือเปล่า? ว่าที่พี่สะใภ้มาหาคุณชายจงถึงที่นี่เลยเหรอ?”
“ยังไม่ทันแต่งงานก็ร้อนใจอยากควบคุมคุณชายจงเสียแล้ว”
“คุณชายจง แบบนี้คุณต้องแสดงความเป็นลูกผู้ชาย ไล่เธอกลับไปสิ ยังไม่แต่งก็คิดจะมาคุมกันแล้ว ต่อไปจะเหลืออะไร?”
เพื่อนฝูงกลุ่มนั้นพากันส่งเสียงจ้อกแจ้ก
จงเยว่ฟังแล้วรำคาญมาก เขาไม่ได้ทำตามที่พวกนั้นว่า และไม่ได้หันไปมองลู่เหมยด้วยซ้ำ เพียงเล่นกอล์ฟจนจบเกมอย่างไม่รู้ไม่ชี้
ไม่ว่าอยู่ที่ไหนเขาก็โดดเด่นเป็นพิเศษ เป็นคนที่ใคร ๆ ต่างยกย่อง ต่อให้ตีลูกได้ดีหรือไม่ก็ยังมีคนคอยประจบ หลังจบเกมก็มีคนยื่นผ้าขนหนูกับเครื่องดื่มเกลือแร่ให้ หญิงสาวสวยสองคนในชุดคอลึกยังแย่งกันเช็ดไม้กอล์ฟให้เขา
