เขาจ้องมองซ่งสืออันอยู่สองสามวินาที แล้วลุกขึ้นจากด้านหลังจอมอนิเตอร์
"หมุนตัวที"
ซ่งสืออันหมุนตัวให้ดูอย่างว่าง่าย
ผู้กำกับเจิ้งกอดอกสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหันไปตะโกนถามข้าง ๆ "คนเขียนบทล่ะ"
ซุนหมิ่นคนเขียนบทโผล่หน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร เป็นผู้ตัดสินสาวผมสั้นคนที่นั่งตรงกลางตอนทดสอบการแสดงครั้งก่อนนั่นเอง
เธอมองซ่งสืออัน เลื่อนแว่นตากรอบเงินขึ้น แล้วยกยิ้มมุมปาก
"ฉันบอกคุณตั้งนานแล้ว" เธอปิดโน๊ตบุ๊ก แล้วเดินมายืนข้างผู้กำกับเจิ้ง "เขายืนอยู่ตรงนั้นก็คือเมิ่งเจิน"
ผู้กำกับเจิ้งไม่ได้พูดอะไร ยังคงจ้องมองซ่งสืออันอยู่อีกสักพัก สุดท้ายพยักหน้าให้หนึ่งครั้ง
"เอาละ ถ่ายภาพโปรโมทก่อน แล้วค่อยไปอ่านบทร่วมกัน วันนี้ซักซ้อมฉากแรก ๆ สักหน่อย พรุ่งนี้ค่อยเปิดกล้องจริง"
เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วเสริมอีกประโยค "เล่นดี ๆ ล่ะ ถึงบทของนายจะไม่มาก แต่ทุกฉากล้วนเป็นจุดสำคัญ สุดท้ายแล้วคนดูมักจดจำไม่ใช่คนที่แสดงเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่เล่นได้โดดเด่นที่สุด"
ซ่งสืออันพยักหน้าอย่างตั้งใจ
ฝ่ายพร็อพเอาแส้สั้นมาเสียบไว้ที่เอวเขา แล้วยื่นแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์ให้อีกอัน เป็นสัญลักษณ์ฐานะหัวหน้าขันทีในวังของเมิ่งเจิน
ซ่งสืออันชั่งน้ำหนักแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์ในมือ มันเป็นโลหะตัน งานฝีมือประณีต สลักอักษรโบราณสามตัวว่า "สำนักมหาดเล็ก"
ช่างภาพตั้งกล้องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ช่างไฟปรับแผ่นสะท้อนแสงพอดี การถ่ายภาพโปรโมทเป็นการถ่ายภาพเดี่ยวของเมิ่งเจินที่ยืนอยู่หน้าห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ ซ่งสืออันยืนเอียงข้างตามที่ช่างภาพบอก มือหนึ่งห้อยข้างตัว อีกมือจับแผ่นป้ายอาญาสิทธิ์แนบไว้หลังเอว เงยคางขึ้นเล็กน้อยแล้วมองตรงมาที่เลนส์
