เขาเดินวนอยู่รอบโต๊ะบุฟเฟต์ริมงานเลี้ยง อาหารเรียกน้ำย่อยเย็น ๆ ที่จัดจานอย่างประณีตกับของกินเล่นคำเล็ก ๆ ไม่ดึงดูดเขาเลยสักนิด
ความพยายามย่อมไม่สูญเปล่า ในที่สุดเขาก็พบขนมหวานเรียงเป็นแถวอยู่บนโต๊ะอาหารตรงมุมในสุดของห้องจัดเลี้ยง โดยไม่มีใครแตะต้อง จึงตักใส่จานพูน ๆ อย่างไม่ลังเล ก่อนจะหามุมโซฟานั่งลง
เจียงเหย่อกับฉือสวินเดินตามหาเขาไปเกือบทั่วห้อง สุดท้ายก็พบเขาอยู่หลังไม้ใบขนาดใหญ่ตรงมุมห้อง
ขายาวทั้งสองข้างไขว้กันพาดอยู่บนที่เท้าแขนของโซฟา ท่วงท่าสง่างามสูงศักดิ์ บรรยากาศรอบตัวเย็นชา
แล้วก็...เขาตักทีรามิสุชิ้นใหญ่ยัดเข้าปาก...
ขมับของฉือสวินกระตุกสองที ภาพตรงหน้าช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน ดวงตากับสมองของเขากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ซ่งสืออันเห็นฉือสวินก็โบกมือเรียก “อันนี้อร่อยนะ มาลองสิ”
ฉือสวินเดินเข้าไปหา สีหน้าราวกับผิดหวังในตัวเขาอย่างที่สุด “อีกเดี๋ยวงานเลี้ยงก็จะเริ่มแล้ว ผู้บริหารแบรนด์ตั้งหลายคนอยู่ที่นี่ทั้งที รีบทำให้พวกเขาจำหน้าไว้สิ ไม่แน่อาจได้งานพรีเซนเตอร์มาสักสองงานก็ได้”
ซ่งสืออันตักเค้กคำหนึ่งยัดปากเขา “งานวันเกิดเหล่าเผยทั้งที อย่ามัวทำแบบนั้นเลย กินให้เต็มที่เถอะ”
ฉือสวินเคี้ยวสองสามที อืม...ไม่เลวเลย อร่อยจริง ๆ
เขาก้มมองพุดดิ้งคาราเมลครึ่งชิ้นที่เหลืออยู่ในจาน ก่อนจะนั่งลงแล้วตักใส่จานของตัวเองบ้างทันที
ทั้งสองกำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย จู่ ๆ ห้องจัดเลี้ยงที่เคยอึกทึกก็เงียบลง
ซ่งสืออันเงยหน้ามองอย่างสงสัย ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งล้มอยู่บนพื้น กำลังมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตากล่าวหา
