บทที่ 18 โดนของเข้าสิงหรือไง?
วันรุ่งขึ้นเปิดเทอมกลับโรงเรียน คุณครูจงใจย้ายจางเทียนหยู่กับเซิ่นซิงไป๋มานั่งโต๊ะเดียวกัน
ถึงอย่างไรก็เป็นนักเรียนแข่งขันระดับทีมจังหวัดเหมือนกัน นั่งด้วยกันจะได้แลกเปลี่ยนความรู้และทำโจทย์ได้สะดวก
จางเทียนหยู่พอนั่งลงก็จ้อไม่หยุด เล่าเรื่องสนุก ๆ หยอกล้อเรื่องในชีวิตประจำวัน
เซิ่นซิงไป๋เย็นชาและวางตัวห่างเหินตลอดทั้งคาบ ไม่มีทีท่าว่าจะคุยด้วยแม้แต่น้อย
จางเทียนหยู่สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงชะโงกหน้าถามว่า
“เป็นอะไร? อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”
เซิ่นซิงไป๋เอ่ยเรียบ ๆ
“นายน่ารำคาญ เลิกพูดกับฉันได้ไหม”
จางเทียนหยู่ทำหน้าเหวอ ชี้ตัวเองอย่างน้อยใจ
“ฉันน่ารำคาญเหรอ? ฉันอุตส่าห์มานั่งคุยเป็นเพื่อนนาย อยากให้นายอารมณ์ดีขึ้นบ้าง ไม่อย่างนั้นวัน ๆ เอาแต่ก้มหน้าทำโจทย์ มันน่าเบื่อจะตาย คนเราจะอุดอู้จนกลายเป็นคนโง่เอานะ!”
เซิ่นซิงไป๋หลุบตาลง น้ำเสียงไร้ความรู้สึก
“ฉันเหมาะกับการอยู่เงียบ ๆ มากกว่า อย่ามากวน”
จางเทียนหยู่มึนงงไปหมด ไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายจู่ ๆ ก็งอนขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร สุดท้ายจึงได้แต่หุบปากอย่างหงอย ๆ
หลายวันต่อมา จางเทียนหยู่แอบบ่นลับหลังว่าเซิ่นซิงไป๋กำลังเข้าสู่วัยทองหรือเปล่า แต่ละวันเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์แปรปรวนสุด ๆ
เมื่อครู่นี้เอง พอซูหนิงหนิงเดินเข้ามา แววตาของเซิ่นซิงไป๋ก็ผ่อนคลายลง ใบหน้ามีรอยยิ้ม น้ำเสียงอ่อนโยน ทั้งสามคนพูดคุยหัวเราะกันอย่างครึกครื้น
แต่พอซูหนิงหนิงเดินไป เซิ่นซิงไป๋ก็เปลี่ยนสีหน้าทันที มองเขาด้วยสายตาขวาง ๆ ใบหน้าเย็นชาราวกับพ่อเลี้ยงใจร้าย
จางเทียนหยู่แอบบ่นในใจว่า ผู้ชายก็เข้าสู่วัยทองได้ด้วยเหรอ ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ที่จริงเซิ่นซิงไป๋ไม่ได้เกลียดจางเทียนหยู่ ตรงกันข้าม ตอนอยู่กับจางเทียนหยู่ที่ไม่คิดอะไรมาก
เขาไม่ต้องคอยวางตัวเกร็ง ๆ รู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย ถึงขั้นคิดว่าการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ช่างเป็นอิสระดีเหลือเกิน
แต่เขากลับอดรู้สึกขัดใจไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นซูหนิงหนิงกับจางเทียนหยู่คุยหัวเราะกันใกล้ชิด
ซูหนิงหนิงควรจะวนเวียนอยู่รอบตัวเขาเพียงคนเดียว
รอยยิ้มของเธอ ก็ควรจะมีไว้ให้เขาคนเดียวเท่านั้น
