บทที่ 17 เรียกพี่ใหญ่
ภายในค่ายฝึกอบรมแบบปิด
เหอซือฉีเดินมาอย่างผ่อนคลาย แต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยอง ข้างกายมีเพื่อนร่วมทีมที่ผ่านการคัดเลือกอีกสองคนตามมาด้วย
ในฐานะที่เป็นอันดับหนึ่งของการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมณฑลครั้งนี้ เขาให้คนไปสืบประวัติผู้เข้าค่ายฝึกทั้งสิบสองคนไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะมาจากโรงเรียนไหน ครอบครัวมีฐานะอย่างไร หรือปกติเป็นคนแบบไหน ล้วนรู้ละเอียดทุกซอกทุกมุม
ตอนนี้เขาบังเอิญเดินสวนกับเซิ่นซิงไป๋และจางเทียนหยู่ แววตาจึงฉายแววดูแคลน โดยเฉพาะเมื่อมองเซิ่นซิงไป๋
อีกฝ่ายมาจากโรงเรียนมัธยมธรรมดา ๆ ในเมืองเล็กอย่างอันเฉิง โรงเรียนไม่มีชื่อเสียงในระดับมณฑล ฐานะทางบ้านก็ยากจน แถมยังไม่เคยลงเรียนคอร์สติวเสริมเลยสักครั้ง
พวกเขาคุยกันโดยไม่คิดจะลดเสียง แอบเหน็บแนมเซิ่นซิงไป๋บ้างอย่างเปิดเผยบ้าง ว่าชาติตระกูลต่ำต้อย ขอบเขตความรู้คับแคบ อีกไม่กี่วันพอเข้าค่ายฝึก ก็คงถูกทิ้งห่างจนตามไม่ทัน
จางเทียนหยู่ฟังแล้วโมโหจนแทบระเบิด เดินเข้าไปถามตรง ๆ ทันทีว่า
“พวกคุณเป็นใครกัน? ไม่รู้จักกันสักหน่อย เจอหน้าก็ดูถูกกันขนาดนี้เลยเหรอ?”
เหอซือฉีแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดจะพูดเองด้วยซ้ำ เพียงกระแอมเบา ๆ หนึ่งที
เด็กหนุ่มที่ยืนข้าง ๆ ก็รีบก้าวออกมาทันที แนะนำเสียงดังด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโสอยู่หลายส่วนว่า
“ฟังให้ดีนะ คนนี้คือเหอซือฉี อันดับหนึ่งของการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับมณฑลครั้งนี้ ส่วนพวกเราสองคนได้อันดับสองกับอันดับสาม”
จางเทียนหยู่ฟังจบก็กลอกตาใส่ทันที
“ก็แค่อันดับหนึ่งสองสามในมณฑลเองไม่ใช่เหรอ?
ถ้าเก่งจริงก็ไปคว้าอันดับหนึ่งหรือสองของโอลิมปิกคณิตศาสตร์ระดับชาติซีเอ็มโอสิ จะมาวางท่าใหญ่โตอยู่ในถิ่นตัวเองทำไม!
เซิ่นซิงไป๋ไม่เคยเรียนคอร์สติว ไม่เคยเสียเงินสักแดงไปเรียนพิเศษ ยังคว้าอันดับหกมาได้สบาย ๆ!
รอให้ผ่านค่ายฝึกโหดเจ็ดวันนี้ไปก่อนเถอะ เดี๋ยวก็ทิ้งพวกคุณไว้ไกลลิบ!”
สีหน้าเหอซือฉีพลันเขียวคล้ำ
กว่าจะมาถึงจุดนี้ พวกเขาทุ่มทั้งเงินทั้งเส้นสาย จ้างครูชื่อดังมาติวส่วนตัว เข้าค่ายฝึกเฉพาะทาง ให้ผู้เชี่ยวชาญชี้แนะ ไม่รู้หมดเงินไปเท่าไรถึงได้อันดับอย่างทุกวันนี้
