บทที่ 7 ข่าวลือ
เรื่องที่เซิ่นซิงไป๋มาโรงเรียนทั้งที่มีบาดแผลจากครั้งก่อน ยังคงส่งผลกระทบต่อเขา
เพื่อนร่วมโต๊ะคนเดิมของเขาเป็นเด็กสาวแสนเรียบร้อย อ่อนโยน และเรียนเก่ง แต่วันนั้นเธอกลับเดินไปหาครูประจำชั้นด้วยตัวเอง ดวงตาแดงก่ำ ขอเปลี่ยนที่นั่ง
“ครูคะ หนู... หนูไม่อยากนั่งกับเซิ่นซิงไป๋ค่ะ” น้ำเสียงของเด็กสาวเจือสะอื้น
สีหน้าครูประจำชั้นพลันเย็นชาลง
ครูทำหน้าขรึมปฏิเสธคำขอ ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น พร่ำพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า “หนูกลัวเขาทำร้ายคนอื่นค่ะ”
ครูประจำชั้นขมวดคิ้ว อธิบายให้เธอฟังว่านั่นเป็นแค่ข่าวลือ เซิ่นซิงไป๋ไม่ใช่คนแบบนั้น
แต่เด็กสาวกลับไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น ยืนกรานว่าจะเปลี่ยนที่นั่งให้ได้
ครูประจำชั้นจนปัญญา กลัวว่าหากเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อผลการเรียนของเด็กสาวขึ้นมาจะยุ่งยาก สุดท้ายจึงยอมตกลง
เมื่อกลับเข้าห้องเรียน ครูก็ถามนักเรียนคนอื่น ๆ ว่า “ใครยินดีไปนั่งข้างเซิ่นซิงไป๋บ้าง”
ในความคิดของครู เซิ่นซิงไป๋เรียนเก่งเป็นอันดับต้น ๆ ตามหลักแล้วน่าจะมีคนอยากนั่งกับเขาไม่น้อย
แต่ทันทีที่ครูพูดจบ ห้องเรียนก็เงียบสนิทราวกับไร้ผู้คน
ข้อนิ้วของเซิ่นซิงไป๋ที่กำปากกาอยู่พลันขาวซีด
ตอนที่ครูประจำชั้นกำลังจะเรียกชื่อใครสักคน จู่ ๆ ก็มีเสียงใสกังวานดังมาจากแถวหลัง “ครูคะ หนูยินดีค่ะ!”
ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน เห็นซูหนิงหนิงยกมือขึ้นพรวด ดวงตาเป็นประกายวาววับ เจ้าตัวตื่นเต้นจนแทบจะเด้งออกจากเก้าอี้
ครูประจำชั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดี งั้นซูหนิงหนิงไปนั่งกับเซิ่นซิงไป๋นะ”
ซูหนิงหนิงดีใจสุด ๆ เธอนึกว่าจะมีคนแย่งกันนั่งกับนักเรียนหัวกะทิเสียอีก ไม่คิดว่าทุกคนจะมีน้ำใจหลีกทางให้กันขนาดนี้ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ขอรับไว้โดยไม่เกรงใจแล้วกัน!
พอเสียงกริ่งเลิกคาบดังขึ้น ซูหนิงหนิงก็เริ่มลงมือทันที
เธอหอบข้าวของทั้งหมดไปวางที่โต๊ะว่างข้างเซิ่นซิงไป๋ จัดโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ตั้งแต่เมื่อครู่มุมปากก็ไม่เคยหุบ ยิ้มกว้างจนแทบถึงใบหู
