เมื่อเลขาธิการอวี่เห็นชอบแล้ว เรื่องที่เหลือก็จัดการง่ายขึ้น
ตอนทั้งสามคนออกมา ซูต้าเฉียงถือเอกสารฉบับหนึ่งติดมือมาด้วย
เมื่อมีเอกสารฉบับนี้ ก็ยืนยันได้ว่าโรงสีข้าวของหมู่บ้านต้ากั่งดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ
หลังจากทั้งสามคนออกมา นักบัญชีหลิวก็ถามขึ้นว่า “เสี่ยวหม่าน คนในหมู่บ้านเราก็มีตั้งเยอะ ทำไมต้องยกประโยชน์ให้คนจากคอกวัวพวกนั้นด้วยล่ะ อายุพวกเขาก็พอ ๆ กับแม่เธอแล้ว จะทำงานอะไรไหว?”
ตอนอยู่ข้างใน นักบัญชีหลิวไม่ได้ขัดคอซูเสี่ยวหม่าน แต่ตอนนี้กลับถามไล่เอาคำตอบ
ซูเสี่ยวหม่านยิ้ม “พี่เขยหลิว ที่ฉันทำแบบนี้มีเหตุผลอยู่สองข้อค่ะ”
“เหตุผลอะไร?” นักบัญชีหลิวชักสงสัยขึ้นมาจริง ๆ
แม้แต่ซูต้าเฉียงยังหันมามอง เขาอยากรู้ว่าน้องสาวจะหาเหตุผลอะไรมาหลอกล่ออีก
ตั้งแต่รู้ว่าผู้เฒ่าถานเป็นคุณตาของตำรวจฟู่ เขาก็เดาเจตนาของน้องสาวออกแล้ว
ซูเสี่ยวหม่านขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ก่อนพูดว่า “คอกวัวที่พวกเขาอยู่ใกล้หมู่บ้านต้ากั่งของเรามาก ตอนนี้หัวหน้าสวีจากคณะกรรมการปฏิวัติก็จับตาหมู่บ้านเราอยู่ พี่คิดว่าเราไม่ควรป้องกันไว้ก่อนหรือคะ?”
นักบัญชีหลิวคิดตามแล้วพยักหน้า
ถึงคนจากคอกวัวจะพยายามอยู่ห่างจากพวกเขาแค่ไหน แต่ก็ยังต้องอนุญาตให้เดินผ่านถนนได้ ไหนจะขึ้นเขาอีก ยังไงก็มีโอกาสเจอกัน
เดินก้มหน้าก็เจอ เดินเงยหน้าก็เจอ หากถูกใส่ร้ายว่ามีความเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้นขึ้นมาจริง ๆ ต่อให้กระโดดลงแม่น้ำเหลืองก็ล้างมลทินไม่หมด
แผนของเสี่ยวหม่านครั้งนี้เรียกว่าตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แถมยังคาดการณ์แผนที่ศัตรูคาดการณ์ไว้ก่อนอีก เยี่ยม!