ผู้อำนวยการเหลียงมาหยุดตรงหน้าสวีเฟิง “พี่สวี ซูต้าเฉียงคนนั้นอยากเปิดโรงสีข้าวเองแล้ว ต่อไปเขาก็ไม่ต้องใช้ยุ้งฉางเก็บเสบียงของเราอีก”
สวีเฟิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้สักเท่าไร เมื่อเทียบกับเรื่องตระกูลหยางแล้ว ซูต้าเฉียงแห่งหมู่บ้านต้ากั่งก็เป็นแค่มดตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
“อยากเปิดก็เปิดไปสิ!”
ตอนนี้สวีเฟิงกลัวแค่ว่าเรื่องของหยางเมิ่งจู๋จะพัวพันไปถึงนายท่านสามแห่งตระกูลหยาง
เขากำลังปวดหัวอยู่แท้ ๆ จะยังมีอารมณ์ไปสนใจซูต้าเฉียงหรือซูเสี่ยวเฉียงที่ไหนกัน!!!
ผู้อำนวยการเหลียง “........”
ผู้อำนวยการเหลียงมองสวีเฟิง พลางด่าในใจว่าเป็นคนอกตัญญูจริง ๆ
ตอนนั้นใครกันที่มาขอร้องเขาถึงที่
พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็ถีบหัวส่ง ไม่ยอมรับกันเสียอย่างนั้น
ผู้อำนวยการเหลียงทำหน้าเจื่อน “ดูท่าฉันคงคิดไปเอง เป็นห่วงมากเกินไปสินะ”
พอสวีเฟิงได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น ก็รู้ตัวว่าน้ำเสียงของตัวเองไม่เหมาะสม “พี่เหลียง เป็นความผิดของผมเอง ช่วงนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี อย่าถือสาเลยนะครับ!”
ส่วนเรื่องของคณะกรรมการปฏิวัติ ผู้อำนวยการเหลียงก็ไม่อยากยื่นมือเข้าไปยุ่งมากเกินไป
ที่ตอนนั้นเขายอมช่วยอย่างเต็มใจ ก็เพราะมีเจตนาส่วนตัว อยากใช้เรื่องนี้ฉุดหัวหน้าสถานีซุนลงจากตำแหน่ง
แต่ใครจะคิดว่าซูต้าเฉียงจะไม่ทำตามแผนที่วางไว้
ช่างไม่รู้จักรับน้ำใจเอาเสียเลย!!!
“พี่สวี ฉันจะโกรธได้ยังไง แค่ครั้งนี้ซูต้าเฉียงจะเปิดโรงสีข้าวเอง แถมยังขอคนจากคอกวัวในหมู่บ้านต้ากั่งไปด้วย”