ฟู่เจิ้งหวนไม่ได้คัดค้าน “ก็ดีเหมือนกัน อีกครึ่งเดือนก็จะถึงวันครบรอบวันเสียของแม่เขาแล้ว จิ่งสุยน่าจะกลับมาได้ ถึงตอนนั้นให้เด็กสองคนได้เจอกันสักหน่อย”
ตระกูลซ่งยืนหยัดขึ้นมาได้ท่ามกลางการต่อสู้ครั้งนี้ ก็แสดงว่ามีฝีมืออยู่ไม่น้อย
อีกอย่าง แค่ให้เด็กสองคนลองพบหน้ากัน บางทีจิ่งสุยอาจถูกใจก็ได้!
พอได้ยินลูกชายเอ่ยถึงอดีตภรรยา ผู้เฒ่าฟู่ก็ถอนหายใจ “สงสัยฉันแก่แล้วจริง ๆ วันคืนผ่านไปจนเลอะเลือน ใกล้ถึงวันครบรอบวันเสียของเมี่ยวอวิ๋นแล้วสินะ”
ฟู่เจิ้งหวนเองก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาในเวลานี้
ภรรยาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตอนนั้นถ้าเธอไม่เข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าเขา คนที่ตายก็คงเป็นเขา
บรรยากาศในห้องจึงหม่นหมองลงชั่วขณะ
สิ่งที่หยางไฉ่ซานไม่อยากเห็นที่สุดก็คือคนตระกูลฟู่นึกถึงถานเมี่ยวอวิ๋นในอดีต เพราะตอนนี้เธอต่างหากที่เป็นนายหญิงของบ้านนี้
เธอรีบเอ่ยขึ้นว่า “พ่อคะ ยาที่ฉันทิ้งไว้ให้ คราวนี้ต้องกินให้ตรงเวลานะคะ!
พ่อป่วย ฉันยังไม่กล้าบอกจิ่งฉงเลยค่ะ ถ้าเด็กคนนั้นรู้ พ่อเตรียมฟังเขาบ่นได้เลย!”
พอผู้เฒ่าฟู่ได้ยินลูกสะใภ้พูดถึงหลานชายคนเล็กก็ยิ้มออกมา “เจ้าลิงซนนั่น ทำไมไม่พามาด้วยล่ะ?”
หยางไฉ่ซานเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เฒ่าได้สำเร็จ แล้วเริ่มเล่าเรื่องลูกชายคนเล็กให้เขาฟัง
แต่สายตาของเธอก็ยังเหลือบมองสามีที่กำลังเหม่อลอยเป็นระยะ
ทุกปีพอถึงช่วงนี้ หยางไฉ่ซานต้องกดข่มอารมณ์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า