พี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูกลอกตาไปมา “ที่เธอพูดถึงคือหนุ่มที่มาหาอยู่หลายครั้งคนนั้นใช่ไหม?”
ซูเสี่ยวหม่านพยักหน้า “อืม ฟู่จิ่งสุยนั่นแหละ ตอนนี้เขาเป็นแฟนฉันแล้ว”
ย่าซูถามว่า “แล้วเขากับหมอหยางเกี่ยวข้องกันยังไง?”
ซูเสี่ยวหม่านไม่ได้ปิดบัง เล่าความสัมพันธ์ระหว่างฟู่จิ่งสุยกับหยางเมิ่งจู๋ให้ฟัง “........เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ นับดูแล้ว หยางเมิ่งจู๋กับฟู่จิ่งสุยยังเป็นญาติกันด้วยนะ!
แต่ฟังจากที่ฟู่จิ่งสุยเล่า แม่เลี้ยงของเขากลับสนับสนุนเต็มที่ให้หลานสาวแต่งกับลูกเลี้ยงของตัวเอง แปลกจริง ๆ”
พี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูฟังแล้วก็รู้สึกประหลาดใจ “ฉันว่าหมอหยางกับอาสาวของเธอดูไม่ค่อยปกติเท่าไร
นี่มันยุคไหนกันแล้ว ยังจะยึดธรรมเนียมแต่งงานกับญาติเพื่อให้สายเลือดใกล้ชิดกันอีก ไม่เข้าใจจริง ๆ”
พี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูรังเกียจคนประเภทที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีใจให้กัน แต่ยังพยายามจับคู่ให้อยู่ด้วยกัน
แต่ถ้ารักกันอยู่แล้ว แล้วฝืนแยกจากกัน ก็คงไม่ดีเหมือนกัน
ตอนนั้นเอง พี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูก็นึกถึงลูกชายคนเล็กตัวปัญหาขึ้นมา “เสี่ยวหม่าน เธอว่าหลี่เจวียนเป็นยังไงบ้าง?”
ซูเสี่ยวหม่านครุ่นคิด “หลี่เจวียนเหรอ นอกจากจะไร้เดียงสาไปหน่อย ก็ไม่มีข้อเสียอะไรนะ”
พี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูเหลือบมองย่าซู “แม่คะ ถ้าหลี่เจวียนแต่งกับหงซิง แม่จะเห็นด้วยไหม?”
เดิมทีพี่สะใภ้ใหญ่บ้านซูไม่อยากได้สะใภ้ที่เป็นปัญญาชนลงชนบท แต่ลูกชายกลับไปที่จุดพักปัญญาชนอยู่บ่อย ๆ แถมยังไปช่วยอย่างเปิดเผยอีกด้วย