ซูเสี่ยวหม่านรีบบ้วนปากด้วยน้ำ บ้วนฟองในปากทิ้ง แล้วบ้วนอีกครั้ง ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูเช็ดปาก “แม่ หนูไปหาพี่ใหญ่ก่อนนะ!”
“อ้าว ไม่กินข้าวแล้วเหรอ?”
“ไม่กินแล้ว!” ซูเสี่ยวหม่านวิ่งหายไปไกลแล้ว
ตอนซูเสี่ยวหม่านมาถึงสำนักงานกองการผลิต ซูต้าเฉียงกำลังประชุมกับเจ้าหน้าที่หมู่บ้านอยู่พอดี
“หัวหน้ากองการผลิต เมื่อวานผมเข้าไปในตำบลมาแล้ว ทั้งสหกรณ์จำหน่ายสินค้าในตำบลก็ไม่มีสายไฟกับมิเตอร์ไฟฟ้า ผมคิดว่าเรื่องนี้เร่งด่วน เลยปั่นจักรยานไปถึงตัวอำเภอด้วย แต่พบว่าห้างสรรพสินค้าในอำเภอก็มีของเหลืออยู่ไม่มากเหมือนกัน
ตอนนี้ทุกตำบลกำลังดำเนินแผนขยายไฟฟ้า สายไฟก็เป็นสินค้าขาดตลาด เกรงว่าต่อให้หมู่บ้านเราอยากติดไฟฟ้าให้ทุกบ้าน ก็อาจหาซื้อสายไฟไม่ได้”
ในยุคเศรษฐกิจแบบวางแผน กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมตามความต้องการของประชาชนไม่ทัน
เวลานี้ไม่เหมือนยุคหลังที่มีสินค้าล้นตลาด
ทศวรรษ 1970 เป็นช่วงที่สินค้าขาดแคลนพอดี
พอนักบัญชีหลิวพูดจบ เขาก็ถอนหายใจ “แต่ผมได้ยินมาว่าหมู่บ้านเสี่ยวกั่ง ไม่รู้ว่าหลี่ต้าขุยไปวิ่งเต้นหาทางจากใครมา บ้านครึ่งหมู่บ้านของพวกเขามีไฟฟ้าใช้แล้ว”
พอนักบัญชีหลิวพูดจบ หัวหน้าหน่วยย่อยคนอื่น ๆ ที่มาประชุมต่างสูดลมหายใจเฮือกด้วยความตกใจ
พวกเขาเพิ่งได้รับแจ้งวันนี้เองว่าหมู่บ้านจะมีข่าวดีเรื่องติดตั้งไฟฟ้า
ตอนแรกที่ได้ยินก็ยังช่วยกันคิดถึงผลดีผลเสียของการติดไฟฟ้าให้ชาวบ้าน
แน่นอนว่าพวกเขาอิจฉาคนในเมืองมานานแล้ว ประโยคที่ว่า “ชั้นบนชั้นล่าง มีไฟฟ้า มีโทรศัพท์” พวกเขาได้ยินจากปากพวกปัญญาชนลงชนบทมาหลายครั้ง
