ซูเสี่ยวหม่านมองฟู่จิ่งสุยอยู่เช่นนั้น พยายามหาสาเหตุว่าทำไมเขาถึงต่างจากเมื่อวาน
ฟู่จิ่งสุยถูกซูเสี่ยวหม่านจ้องจนใบหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
หลังดื่มเหล้าเขาเปลี่ยนไปบ้าง แต่ความทรงจำก็ไม่ได้ขาดหาย แน่นอนว่าเขาจำได้ว่าเมื่อวานโอบเอวหญิงสาวไว้ ทั้งยังแอบจับมือน้อย ๆ ของเธออีกด้วย
เขาไม่ใช่ผู้ชายไร้ความรับผิดชอบ เพียงแต่ตอนนี้พอมีสติแจ่มใสแล้ว ก็รู้สึกเขินเกินกว่าจะทำตัวสนิทสนมกับซูเสี่ยวหม่านต่อหน้าคนมากมาย
“พวกเราไปกันก่อนเถอะ อย่าคุยกันหน้าสถานีตำรวจเลย”
วันนี้ซ่งรั่วเฉินเองก็มีจุดประสงค์ เขายังอยากหาโอกาสให้น้องสาวตัวเองอยู่ด้วย
เขาแทรกตัวเข้าไปกลางระหว่างซูเสี่ยวหม่านกับฟู่จิ่งสุยทันที “จิ่งสุยพูดถูก ที่นี่คนเดินไปเดินมา ไม่เหมาะจะคุยกัน พวกเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า”
เมื่อฟู่จิ่งสุยเห็นซ่งรั่วเฉินพาดแขนบนไหล่ เขาก็ขยับห่างออกไปด้านข้างช่วงหนึ่ง
เขาเป็นคนไม่ค่อยชอบใกล้ชิดกับใคร
เผิงจื้อหย่วนเห็นฟู่จิ่งสุยทำแบบนั้นจึงพยักหน้า แบบนี้สิถึงจะเหมือนพี่ฟู่ของเขา
พี่ฟู่ของเขาเป็นคนมีนิสัย ไม่ใช่ใครก็เข้าใกล้ได้
เมื่อครู่เขาเห็นกับตาว่าพี่ฟู่แอบปล่อยมือซูเสี่ยวหม่าน
ระหว่างที่ทุกคนเดินไปตามถนน หลินเจ๋อก็เอ่ยว่า “ไหน ๆ จะคุยเรื่องคดีเมื่อวาน หาร้านน้ำชาสักร้านดีกว่า นั่งลงคุยกันจะสะดวกกว่า”
ซ่งรั่วเฉินพยักหน้า “ได้ ไปที่ร้านน้ำชากัน หลินเจ๋อ นายคุ้นทาง พาพวกเราไปที”