ซูเสี่ยวหม่านกับฟู่จิ่งสุยมาที่สถานีตำรวจ
เมื่อหัวหน้ากองเจียงได้ยินคำขอของซูเสี่ยวหม่าน ก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปทั้งคน “เธอบอกว่าจะยกโทษให้คนพวกนั้นเหรอ?”
ซูเสี่ยวหม่านพยักหน้า “ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะ คนที่เป็นตัวการฉันไม่ปล่อยไว้แน่ ส่วนพวกที่แค่มาช่วยแล้วก็มาเพิ่มความกล้าให้คนอื่น ปล่อยไปเถอะค่ะ”
หัวหน้ากองเจียงหันไปมองฟู่จิ่งสุย “สหายฟู่ก็คิดแบบนี้เหมือนกันหรือ?”
หัวหน้ากองเจียงรู้สึกดีกับฟู่จิ่งสุยไม่น้อย และเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาก่อน
ครั้งนี้ซินเซียงคลี่คลายคดีใหญ่ ทั้งยังข้ามมณฑลไปจับกุมคนร้ายได้หลายคน ชายหนุ่มตรงหน้าก็มีส่วนร่วมด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้กำกับสถานีตำรวจของพวกเขายังสั่งให้เรียนรู้จากเพื่อนร่วมงานที่ซินเซียงอีกด้วย
ฟู่จิ่งสุยพยักหน้า “หัวหน้ากองเจียง ผมก็คิดแบบนี้ครับ วันนั้นเสี่ยวหม่านกับผมไม่ได้บาดเจ็บ กลับเป็นพวกคนงานที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเราเลยไม่ติดใจเอาความครับ”
เมื่อได้ยินทั้งคู่พูดอย่างนั้น หัวหน้ากองเจียงก็ไม่ได้ยืนกรานอีก
อย่างไรเสียพวกนั้นก็เป็นวัยรุ่นกันทั้งนั้น เลือดร้อนวู่วามได้ง่าย
ขังไว้สักสองสามวันให้หลาบจำก็พอแล้ว
“ได้ ในเมื่อพวกคุณพูดอย่างนี้ งั้นคนของโรงงานเครื่องจักรพวกนั้น ผมจะปล่อยไปทั้งหมด”
ซูเสี่ยวหม่านยิ้ม “นอกจากพนักงานโรงงานเครื่องจักรแล้ว พวกนักเลงวัยรุ่นอีกสองสามคนนั่นฉันก็ไม่เอาเรื่องเหมือนกันค่ะ พวกเขายิ่งไม่ได้ทำร้ายพวกเรา ตอนนั้นพอเห็นว่าสู้ไม่ไหวก็วิ่งหนีกันเร็วกว่าใครเพื่อน ฮ่า ๆ!”