ทุกคนในเรือนสี่ประสานไม่ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่จับกลุ่มกันอยู่บริเวณลานหน้าเรือนกับลานกลาง บ้างยกเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งพิงกำแพง บ้างนั่งขัดสมาธิบนขั้นบันได บ้างก็ย่อตัวนั่งยอง ๆ กันไปเลย คืนฤดูร้อนในซื่อจิ่วเฉิงร้อนอบอ้าวจนน่าอึดอัด ไม่มีลมสักนิด ในบ้านร้อนเหมือนอยู่ในลังนึ่ง ไม่สู้มานั่งข้างนอกดีกว่า อีกอย่างทุกคนต่างก็ยังห่วงเงิน 50 หยวนของเจียจางซื่อ รอดูว่าเธอกลับมาแล้วจะเป็นอย่างไร
หลินเฉียงนั่งอยู่บนแท่นหินใต้ต้นไหวเก่ากับเจ้าจูโง่ สวี่ต้าม่าว หลิวกวงฉี และหนุ่ม ๆ อีกสองสามคน เดิมทีฉินหวยหรูจะอยู่เป็นเพื่อนด้วย แต่หลินเฉียงเกลี้ยกล่อมให้กลับไปพักผ่อนแล้ว อากาศร้อนขนาดนี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เมียตัวเองมานั่งเป็นอาหารยุงด้วย
เจ้าจูโง่อั้นอยู่ตั้งนาน จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ช่วงสองวันนี้พ่อฉันทำตัวแปลก ๆ”
“แปลกยังไง?” สวี่ต้าม่าวถามเป็นคนแรก
“เมื่อคืนลุงหลินไปหาพ่อ บอกเรื่องจะจัดงานเลี้ยงให้เฉียงจื่อช่วงสุดสัปดาห์ พอลุงหลินกลับไป พ่อก็ถามฉันว่าอยากแต่งเมียเหมือนเฉียงจื่อหรือเปล่า” เจ้าจูโง่เกาหลังหัว “เมื่อก่อนพ่อไม่เคยพูดกับฉันแบบนี้เลย น้ำเสียงแบบนั้นจะว่ายังไงดีนะ...”
“พูดจาอ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มนวล?” หลินเฉียงช่วยต่อคำ
“ใช่ ๆ ๆ! แบบนั้นเลย! สมแล้วที่เฉียงจื่อเรียนหนังสือมา บรรยายได้ตรงเป๊ะ!” เจ้าจูโง่ตบต้นขาดังฉาด “พวกนายว่า พ่อฉันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า? พ่อแม่ของเฉียงจื่อกำลังจะไปตงเป่ย ถึงได้รีบจัดเมียให้เฉียงจื่อ แล้วพ่อฉันจะรีบหาภรรยาให้ฉันไปทำไม?”
