พอจัดการเรื่องทะเบียนสมรสเรียบร้อย หลินเฉียงก็แจกขนมกับบุหรี่อีกรอบ ก่อนพาฉินหวยหรูออกจากคณะกรรมการควบคุมการทหาร มุ่งหน้ากลับบ้าน
ระหว่างผ่านตลาดสด หลินเฉียงสังเกตว่าฉินหวยหรูเดินช้าลง สายตาเอาแต่มองชายชราที่ขายเครื่องมือเกษตรอยู่ข้างทาง แผงของชายชรามีทั้งจอบ พลั่วเหล็ก เคียว และตะกร้าสานจากกิ่งหลิวที่ดูแข็งแรงหลายใบ ฉินหวยหรูมองอยู่หลายครั้ง อ้าปากเหมือนจะพูด แต่ก็หุบลง สีหน้าลังเลเหมือนมีอะไรอยากบอก
หลินเฉียงหันไปถามเธอ “เป็นอะไรไป หวยหรู อยากซื้ออะไรหรือเปล่า?”
“ฉัน…อยากซื้อจอบสักอัน” ฉินหวยหรูพูดเสียงเบาราวกับยุงบิน ใบหน้าเจือความกระดากอายเล็กน้อย
“ซื้อจอบ? จะเอาไปทำอะไร ขุดดินหรือไง?” หลินเฉียงเกือบหลุดหัวเราะ
“อืม” ฉินหวยหรูพยักหน้าอย่างจริงจัง “ฉันเห็นที่ว่างในลานบ้านเรากว้างอยู่ ปล่อยไว้เฉย ๆ ก็น่าเสียดาย อยากปลูกผักสักหน่อย ตอนอยู่ชนบท ฉันปลูกผักได้งามมาก ทั้งผักกาดขาว หัวไชเท้า ถั่วฝักยาว ปลูกมาหมดแล้ว ต่อไปเราจะได้ไม่ต้องเสียเงินซื้อผัก ประหยัดไปได้เยอะเลย”
ตอนแรกหลินเฉียงคิดจะเกลี้ยกล่อมเธอสักสองสามคำ ว่าในเมืองซื้อผักก็สะดวก ไม่ต้องลำบากอะไรทำนองนั้น แต่พอคำพูดมาถึงปาก เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ดวงตากลอกไปมาแล้วเปลี่ยนใจพูดว่า “งั้นก็ซื้อสักอัน เลือกอันที่แข็งแรงหน่อย”
“ได้เลย” ฉินหวยหรูตอบอย่างดีใจ เดินไปย่อตัวลงหน้าแผงแล้วเลือกดู
เธอเลือกอย่างละเอียด หยิบจอบขึ้นมาลองใช้นิ้วแตะคมจอบ แล้วชั่งน้ำหนักดู ก่อนจะเลือกอันด้ามไม้เรียบลื่นและแผ่นเหล็กหนา จากนั้นยังต่อรองราคากับชายชราอยู่นาน ลดจากหนึ่งหยวนห้าสิบเฟินเหลือหนึ่งหยวนยี่สิบเฟิน ในที่สุดชายชราก็โบกมือพลางบอกว่า “แม่หนูต่อราคาเก่งเกินไปแล้ว” เธอถึงยอมจ่ายเงินอย่างพอใจ
