ไม่นาน รถยนต์ที่ตระกูลเซี่ยส่งมารับเจ้าสาวก็มาถึง
ชาติที่แล้ว เจียงเซี่ยนฮุ่ยกับเซี่ยจิ่งเฉิงเข้ากันไม่ค่อยได้ เขาจึงแทบไม่มาที่บ้านตระกูลเจียง เจียงเซี่ยนหลียิ่งมีโอกาสเจอเขาน้อยกว่า ในความทรงจำของเธอ เขาเป็นแค่ผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง
ชาตินี้ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบเซี่ยจิ่งเฉิง
เขาสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ยิ่งสวมชุดสูทสีดำก็ยิ่งขับให้ดูเย็นชาและสูงศักดิ์
เพียงแต่หว่างคิ้วที่งามราวภาพวาดกลับเผยความเกียจคร้านแบบคนไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
ไม่คิดเลยว่าเซี่ยจิ่งเฉิงจอมเจ้าชู้จะหล่อกว่าที่จำได้เสียอีก แถมยังไม่ด้อยไปกว่าดาราชายชื่อดังของฮ่องกง
อู๋เจี้ยนถิงก็หล่อเหมือนกัน แต่ถ้าให้มายืนข้างเซี่ยจิ่งเฉิง ก็ราวฟ้ากับเหว
ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือราศี ก็ทำให้อู๋เจี้ยนถิงดูต่ำต้อยจนแทบจมหายไปกับผืนดิน
เซี่ยจิ่งเฉิงยังคงเย็นชาและรำคาญใจเหมือนชาติที่แล้ว เมื่อเห็นคนตระกูลเจียงก้มหัวประจบเอาใจ
แต่พอเห็นเจียงเซี่ยนหลี เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทว่าสีหน้าก็ยังไม่เป็นมิตรนัก
“ถ้าคุณเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็ไปกันเถอะ”
เจียงเซี่ยนหลีพยักหน้า กำลังจะยื่นมือไปคล้องแขนเซี่ยจิ่งเฉิง แต่เขากลับหมุนตัวเดินออกไปเสียก่อน
เธอไม่ได้ใส่ใจ ที่นี่ไม่มีธรรมเนียมให้พี่ชายหรือน้องชายอุ้มเจ้าสาวขึ้นรถ เธอจึงยกชายกระโปรงแล้วเดินตามไปเอง
ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร ขบวนรถแต่งงานแล่นตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย
แม้เจียงเซี่ยนหลีจะรู้ว่าตระกูลเซี่ยร่ำรวย แต่พอเห็นที่พักอาศัยของพวกเขาก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้
คฤหาสน์ทั้งหลังตั้งอยู่ระหว่างภูเขากับสายน้ำ มีพื้นที่อย่างน้อยสี่ถึงห้าร้อยหมู่
พอเข้าประตูก็พบกับน้ำพุ สองข้างทางเป็นสวนดอกไม้ที่ปลูกพืชพรรณนานาชนิดไว้
ถัดเข้าไปด้านในมีบ้านสไตล์ตะวันตกหลังเล็กอยู่ห้าหลัง
ประมุขตระกูลเซี่ยกับนายหญิงเซี่ยพักอยู่ในบ้านหลังใหญ่ตรงกลาง ส่วนอีกสี่หลัง ลูกชายทั้งสี่คนของตระกูลเซี่ยได้ไปคนละหลัง
เวลานี้ทั่วทั้งลานประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าแพรหลากสี แขกเหรื่อเต็มพื้นที่
เจียงเซี่ยนหลีกับเซี่ยจิ่งเฉิงทำพิธีไหว้ฟ้าดินเสร็จ นายหญิงเซี่ยกลัวว่าเธอจะเหนื่อย จึงให้กลับไปพักที่บ้านของเซี่ยจิ่งเฉิง ส่วนเซี่ยจิ่งเฉิงอยู่ต้อนรับแขกต่อ
บ้านสไตล์ตะวันตกที่เซี่ยจิ่งเฉิงพักอยู่ตั้งอยู่ด้านในสุด ใกล้ริมถนน เจียงเซี่ยนหลียังไม่ทันเข้าไป ก็มีแม่บ้านวัยสี่สิบกว่าโค้งตัวต้อนรับอยู่หน้าประตู
“สวัสดีค่ะ คุณนายสี่ ฉันชื่อหวังกุ้ยฮวา เป็นแม่บ้านคอยดูแลความเป็นอยู่ของคุณกับคุณชายสี่ ต่อไปมีอะไรต้องการก็บอกฉันได้เลยนะคะ”
“ได้ค่ะ ป้าหวัง ต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลมากหน่อยนะคะ”
“เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ นายหญิงบอกว่า ตระกูลเซี่ยไม่มีกฎเกณฑ์มากมาย ห้องครัวเล็กของเราจัดเตรียมอาหารกลางวันไว้แล้ว ถ้าคุณนายสี่หิวก็รับประทานได้ตามสบายเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไม่หิว”
ที่เมืองไห่ผิงของพวกเธอ เจ้าสาวห้ามกินอาหารในงานเลี้ยงแต่งงานของตัวเองในวันแต่งงาน ต้องอดทนหิวไปจนถึงตอนกลางคืน
นายหญิงเซี่ยบอกว่าไม่มีกฎเกณฑ์มากมาย แต่เจียงเซี่ยนหลีก็ไม่อาจละเลยธรรมเนียมได้จริง ๆ
แม่สามีคนไหนบ้างจะไม่ชอบลูกสะใภ้ที่รู้หนังสือ มีมารยาท และรู้จักวางตัว
“ถ้าอย่างนั้น ฉันพาคุณกลับห้องไปพักนะคะ”
“ค่ะ”
เจียงเซี่ยนหลีตามป้าหวังขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสอง ห้องตกแต่งอย่างมีบรรยากาศมงคล
ทั้งห้องน้ำ ห้องแต่งตัว และระเบียงกว้าง เธอชอบมาก
วุ่นวายมาตั้งครึ่งวัน เธอเองก็เหนื่อยจริง ๆ
เตียงนุ่มน่านอน ผ้าห่มแพรไหมหรูหรา
เจียงเซี่ยนหลีเปลี่ยนเป็นชุดนอน แล้วล้มตัวลงก็หลับไปทันที
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน เธอได้ยินเสียงเปิดประตู จึงงัวเงียลืมตาขึ้น แล้วเห็นเซี่ยจิ่งเฉิงเดินเข้ามาด้วยท่าทางมึนเมาเล็กน้อย
เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“แขกกลับกันหมดแล้วเหรอคะ”
เซี่ยจิ่งเฉิงไม่ตอบ เขาเดินโซเซมาหยุดข้างเตียง ใช้มือข้างหนึ่งยันพนักหัวเตียง แล้วจ้องเธอนิ่งไม่กะพริบตา
“ตอนแม่ฉันตกน้ำ คุณตั้งใจช่วยท่านใช่ไหม หวังแต่งเข้าตระกูลร่ำรวยหรือไง”
เจียงเซี่ยนหลีตอบอย่างสงบนิ่ง “เปล่าค่ะ ฉันแค่บังเอิญเดินผ่าน อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ฉันก็มีแฟนอยู่แล้ว”
“แล้วทำไมไม่แต่งกับแฟนคุณ แต่กลับมาแต่งกับฉันล่ะ กล้าพูดไหมว่าไม่ได้หวังเงิน”
“เพราะเขานอนกับน้องสาวฉัน เราเลยเลิกกันค่ะ ถ้าคุณจะบอกว่าฉันแต่งเพราะเงิน ก็ถือว่าใช่ แม่ฉันต้องการเงินสินสอดจากครอบครัวคุณไปจัดงานแต่งให้พี่ชายฉัน อีกอย่าง ฉันก็คิดได้แล้ว ในเมื่อคนที่พร่ำบอกว่ารักฉันไปตลอดชีวิตยังพึ่งพาไม่ได้ งั้นฉันแต่งกับคนที่มีฐานะดีกว่าก็ยังดี อย่างน้อยก็มีเงิน”
“คุณ...”
เซี่ยจิ่งเฉิงกำลังจะพูด เจียงเซี่ยนหลีก็เอ่ยขึ้นอีกว่า “ฉันรู้ค่ะ สำหรับคุณชายอย่างคุณ การแต่งงานก็แค่ทำให้พ่อแม่สบายใจ ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันจะรู้จักวางตัว คุณอยากทำอะไรข้างนอก อยากคบเพื่อนแบบไหน ฉันก็ไม่ยุ่ง เราสองคนถือว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมห้อง ต่อหน้าคนอื่นเป็นสามีภรรยา ลับหลังก็ต่างคนต่างอยู่”
คำพูดของเธอทำเอาเซี่ยจิ่งเฉิงมีคำพูดร้ายกาจเต็มท้อง แต่กลับหาโอกาสพูดไม่ออก
สุดท้ายเขาตบไหล่เธอสองสามครั้งแล้วพูดว่า “ช่างเถอะ ในเมื่อคุณรู้ตัวดีขนาดนี้ ฉันก็จะไม่ทำให้คุณลำบาก แต่จำคำพูดวันนี้ของคุณไว้ให้ดี ถ้าวันหลังฉันจับได้ว่าคุณเล่นตุกติกลับหลังฉัน ฉันมีวิธีเป็นหมื่นที่จะทำให้คุณอยู่ก็เหมือนตาย”
