【“โอหังเกินไปแล้ว! ช่างโอหังนัก!”】
【เจ้าบันดาลโทสะอย่างหนัก การเปิดสำนักคุ้มภัยของเจ้าทั้งเหนื่อยแทบตาย ทั้งปีอาจยังหาเงินได้ไม่ถึง 5,000 ตำลึง】
【พวกโจรขี่ม้าแค่ขยับปากไม่กี่คำ ก็คิดจะรีดเงินจากเมืองเศษใบไม้ 5,000 ตำลึงเสียแล้ว จะง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร】
【บรรดาผู้มีอันจะกินในเมืองเศษใบไม้ได้ยินข่าวนี้ ต่างนอนไม่หลับกันตลอดคืน รุ่งเช้าวันถัดมาก็รีบมาปรึกษาหารือกับเจ้า】
【“ท่านเจ้าสำนักกู้ โจรขี่ม้ากำลังจะบุกมา ไม่ทราบว่าท่านมีวิธีรับมืออย่างไรบ้างขอรับ!”】
【“ท่านเป็นยอดฝีมือระดับมนุษย์เพียงคนเดียวในเมืองเศษใบไม้ การรับมือโจรขี่ม้าคงต้องพึ่งท่านแล้ว!”】
【“ที่จริงแล้ว เมื่อเทียบกับฐานะของเมืองเศษใบไม้ เงิน 5,000 ตำลึงก็ไม่ได้นับว่ามากมายอะไร แค่ราวร้อยละสิบกว่าของรายรับทั้งเมืองเท่านั้น ไม่สู้ทุกคนช่วยกันออกเงิน แล้วให้ชาวบ้านทั่วไปช่วยอีกสักหน่อย แลกกับความสงบสุขดีหรือไม่!”】
【ผู้มีอันจะกินกว่าสิบคนส่งเสียงเอะอะโต้เถียงกันจนสมองของเจ้าแทบระเบิด!】
【“หุบปากให้หมด!”】
【บรรยากาศพลันเงียบสงัด】
【นี่คืออำนาจข่มขวัญของเจ้า ผู้เป็นยอดฝีมือระดับมนุษย์เพียงคนเดียวในเมืองเศษใบไม้!】
【“วันนี้ถอย พรุ่งนี้ก็ถอย มะรืนก็ถอย ถอยอยู่ทุกวัน! วันนี้ยกเงิน 5,000 ตำลึงให้โจรขี่ม้า พรุ่งนี้พวกมันก็กล้าเรียก 10,000 ตำลึง มะรืนก็ยิ่งเรียกมากกว่าเดิม!
พวกเจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าเมืองเศษใบไม้จะป้อนพวกโจรขี่ม้าให้อิ่มหนำได้ตลอดไป?”】
【“นี่...”】
【ทุกคนต่างเงียบงัน】
