ขณะที่ชาวบ้านบนชายหาดกำลังสรรหาสารพัดคำมาดูถูกหลินเจี้ยนกั๋ว เขาก็พาเฉินต้าจ้วงมาหาซูหรงหรงแล้ว เล่าแผนที่วางไว้ให้ฟังคร่าว ๆ
ซูหรงหรงได้ยินแล้วก็ตกใจจนคิ้วทั้งสองข้างเลิกขึ้น “เพิ่งผ่านพายุไต้ฝุ่นมา นายก็จะออกทะเลแล้วเหรอ อันตรายเกินไปหรือเปล่า?”
หลินเจี้ยนกั๋วไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงชี้ไปทางเฉินต้าจ้วงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เมีย ไม่ต้องห่วงหรอก มีพี่ต้าจ้วงไปกับฉันด้วยไม่ใช่เหรอ? เขาเป็นคนช่ำชองเรื่องทะเล จะต้องไม่มีปัญหาแน่นอน”
เฉินต้าจ้วงเป็นคนซื่อ ๆ มาแต่ไหนแต่ไร ปกติก็ไม่ค่อยพูดจาหวานหู พอเห็นซูหรงหรงมองมา เขาก็แค่หัวเราะแหะ ๆ
ตอนแรกซูหรงหรงยังคงกังวลอยู่บ้าง แต่หลินเจี้ยนกั๋วตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จึงพูดอย่างไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “เรื่องนี้เอาตามนี้แหละ กลับไปบอกพ่อกับแม่ด้วยว่าไม่ต้องรอฉันกินข้าวเที่ยง”
“พวกนายไม่มีแม้แต่เสบียงแห้ง แล้วตอนเที่ยงจะกินอะไร?”
หลินเจี้ยนกั๋วสังเกตได้ถึงความเป็นห่วงของซูหรงหรง จึงยิ้มกว้างออกมา “พวกเราโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ไม่ปล่อยให้ตัวเองอดหรอก เธอต่างหาก ตอนนี้บ้านเราพอมีเงินแล้ว อยากซื้อของดี ๆ ให้ลูกก็ซื้อไปเลย บ้านเราไม่ได้ขาดเงินแค่นั้นสักหน่อย”
คราวนี้ซูหรงหรงเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าคำพูดก่อนหน้านี้เผยความห่วงใยออกมา ใบหน้าจึงแดงระเรื่อ เธอเบ้ปากแล้วพูดอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย “ลูกเป็นเนื้อที่หลุดออกมาจากตัวฉัน จะให้ต้องรอนายมาห่วงด้วยหรือไง?”
