ยามพลบค่ำมาเยือน แสงไฟหลากสีเริ่มส่องสว่าง
ภายในห้องจัดเลี้ยงที่หรูหราและครึกครื้น สว่างไสวราวกลางวัน
ทุกคนต่างรายล้อมหญิงสาวในชุดราตรีแสนงดงาม เธอเป็นที่จับตามองของคนทั้งงาน เป็นธิดาสวรรค์ผู้เป็นที่รักของโชคชะตาอย่างแท้จริง
“เฟิงซีซี!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพี่สาวกับพี่เขยฉันรับเธอมาเลี้ยง ให้ข้าวให้น้ำ เธอคงอดตายไปแล้ว!”
“เธอมันเนรคุณชัด ๆ!”
เสียงแหลมเสียดแทงฝูงชน ผู้พูดคือหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ
ด้านหลังเธอมีชายอายุราวสามสิบกว่า กำลังชูโทรศัพท์ถ่ายทอดสด พร้อมยื่นหลักฐานการรับเลี้ยงเฟิงซีซีของพ่อแม่บุญธรรม รวมถึงใบมรณบัตร จ่อหน้าจอให้ทุกคนดู
“เธอเอาแต่พูดให้ร้ายพวกเราไปทั่ว”
“ไม่ยอมส่งพ่อแม่บุญธรรมของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย พอเจอพ่อแม่รวย ๆ ก็ไม่เห็นหัวพวกเราแล้ว ยังเที่ยวพูดว่าพวกเรารังแกเธอ แถมให้ตระกูลเฟิงกดขี่พวกเราอีก!”
“พวกคุณไม่รู้หรอกว่า...”
“ตระกูลเฟิงนี่ พวกเรา... พวกเรา...”
“พวกเราอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ!”
“ขอร้องล่ะ ช่วยตัดสินให้พวกเราด้วย!”
หญิงปากจัดนั่งดิ้นพล่านอยู่บนพื้น ร้องไห้โวยวาย มือกำชายกระโปรงของ ‘เฟิงซีซี’ ไว้แน่น สถานการณ์วุ่นวายไปหมด
**
เมื่อได้ยินคำตำหนิเหล่านั้น ทั้งยังได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง
เฟิงจี้อู่ถึงกับขมวดคิ้ว นับว่าหาได้ยาก
สำหรับเขาที่มีภาวะความจำเหนือสามัญ ฉากแบบนี้ชวนทรมานอย่างยิ่ง
ผู้ที่มีภาวะความจำเหนือสามัญ เพียงใครสักคนเอ่ยคำสำคัญขึ้นมา ก็สามารถดึงภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องออกมาจากสมองได้ทันที
