ฟู่เฉินยวี่วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะเล็ก แล้วยื่นตะเกียบให้เธอ “ด้านหลังโรงอาหารของโรงพยาบาลมีครัวเล็ก ๆ ผมไปบอกลุงซุนไว้แล้ว เขาเลยทำอาหารมื้อหนึ่งให้”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองพ่อยุนซูที่ยังหลับอยู่บนเตียง “รอคุณลุงยุนตื่นแล้วค่อยซื้อมาให้ท่านอีกชุด คุณกินก่อนเถอะ”
ยุนซูรับตะเกียบมาโดยไม่ปฏิเสธ ก้มหน้ากินข้าวสองสามคำ ข้าวนุ่มเหนียว น้ำซอสหมูตุ๋นซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว รสเค็มหอมอุ่น ๆ ไหลลงลำคอ
เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยสักคำ
พอกินไปได้สักพัก ข้าวในชามก็ยังเหลืออยู่เกือบครึ่งชาม น้ำซอสหมูตุ๋นคลุกเคล้ากับเมล็ดข้าวจนมันวาว เธอใช้ตะเกียบเขี่ยอยู่สองสามครั้ง แต่ก็ฝืนกินต่อไม่ไหวจริง ๆ
“กินไม่ไหวแล้ว” เธอวางชามลงบนโต๊ะ
ฟู่เฉินยวี่รับชามกับตะเกียบจากมือเธอ ก้มมองข้าวที่เหลืออยู่ในชามแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็หยิบตะเกียบคู่ที่เธอใช้แล้วมากินข้าวในชามต่อ
สมองของยุนซูพลัน “หึ่ง” ขึ้นมา
เธอมองเขากินข้าวครึ่งชามที่เธอเหลือไว้จนหมดเกลี้ยง ตะเกียบก็ยังเป็นคู่ที่เธอเพิ่งใช้ไป
“คุณ...” ยุนซูอ้าปาก
“หืม?” ฟู่เฉินยวี่เงยหน้ามองเธอ สีหน้าสงบนิ่ง
ยุนซูกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ สายตาเลื่อนหนีจากใบหน้าเขา ปลายหูเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
ฟู่เฉินยวี่กินเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นเก็บชามจาน
เขาขยับมือคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่อึดใจก็เก็บชามกับตะเกียบลงกล่องอาหาร ปิดฝาแล้วหิ้วไปวางไว้ตรงประตู
