พ่อกับแม่ยุนผลักประตูเข้ามา ก็เห็นฟู่เฉินยวี่กับยุนซูอยู่บนเตียง
ทั้งสองคนซ้อนทับกันอยู่ ผ้าห่มคลุมตั้งแต่หน้าอกลงไปอย่างมิดชิด เผยให้เห็นเพียงศีรษะของยุนซูที่หนุนอยู่ตรงซอกไหล่ของฟู่เฉินยวี่
แววตาของเธอยังพร่ามัว ไม่ได้สติเต็มที่ ริมฝีปากบวมแดงชุ่มวาว เพียงมองก็รู้ว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
ท่อนบนของฟู่เฉินยวี่เปลือยเปล่า แขนกำยำยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่ม โอบเอวของยุนซูไว้ด้วยแรงที่แฝงความเป็นเจ้าของ
ไม่มีใครเห็นว่าภายใต้ผ้าห่มเป็นภาพเช่นไร แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว คงไม่ใช่ภาพที่เรียบร้อยสักเท่าไร
พ่อกับแม่ยุนยืนอยู่ตรงประตู ทั้งสองชะงักงันไปพร้อมกัน
บรรยากาศเงียบงัน
พ่อยุนได้สติก่อน เขาตบวงกบประตูดัง “เพียะ” แล้วตวาดเสียงดังว่า “ฟู่เฉินยวี่ ไอ้หนูตัวดี!”
เสียงตวาดนั้นทำให้ยุนซูตื่นเต็มตา
เธอมุดเข้าไปในอ้อมอกของฟู่เฉินยวี่อีกครึ่งชุ่น แทบอยากฝังตัวเองลงไปในอกเขาให้มิด แม้แต่เส้นผมก็ไม่อยากให้โผล่ออกมา
ใต้ผ้าห่ม ร่างกายของเธอร้อนผ่าว เธอเอ่ยเรียกเบา ๆ ว่า “พ่อ” เสียงแผ่วราวกับเสียงยุง ไม่รู้ว่าคนที่อยู่อีกฝั่งประตูจะได้ยินหรือไม่
ฟู่เฉินยวี่หันหน้าไปทางประตู สีหน้าตึงเครียดอยู่ชั่วขณะ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างรวดเร็ว แขนที่รัดเอวเธอกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
เขากระแอมเบา ๆ น้ำเสียงยังแหบพร่าจากความใกล้ชิดเมื่อครู่ “ลุงยุน ป้ายุน รบกวนให้เวลาพวกเราสักครู่ ขอจัดเสื้อผ้าก่อนครับ”
พ่อยุนยืนอยู่ตรงประตูโดยใช้ไม้เท้าค้ำไว้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปหลายครั้ง จากตกตะลึงเป็นโกรธเกรี้ยว ก่อนกลายเป็นความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะบรรยาย มุมปากกระตุกสองที สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก
