หลังจากส่งผู้แทนพิเศษจากหนานจิงกลับไปแล้ว โถงใหญ่ของกองบัญชาการก็กลับมาสงบเงียบ สมกับเป็นค่ายทหารเสียที
หลี่เมิ่งยืนอยู่กลางโถง สายตากวาดมองคนทั้งสองที่มีบุคลิกแตกต่างกัน ก่อนจะสั่งการเรื่องการจัดที่พักต่อไปอย่างเรียบเฉย
“ทหารรักษาการณ์”
ทหารรักษาการณ์ที่เข้าเวรสองนายรีบก้าวเข้ามาทันที “รับคำสั่ง!”
“พาร้อยเอกกู้ลิ่งอี๋กับร้อยโทซูฉิง เจ้าหน้าที่หญิงทั้งสองไปจัดที่พักในเขตค่ายด้านหลัง จัดเรือนพักแยกกันคนละหลัง ต้องสะอาดและเงียบสงบ แยกเขตค่ายชายหญิงให้เด็ดขาด ห้ามทหารชั้นผู้น้อยเข้าใกล้ตามอำเภอใจ”
หลี่เมิ่งจงใจเน้นเสียงหนัก “วินัยทหารสำคัญดุจขุนเขา ชายหญิงต้องรักษาระยะ จงถ่ายทอดคำสั่งไปทั่วทั้งกองทัพ ห้ามผู้ใดแอบมอง ชวนคุย หรือรังควานนายทหารหญิงจากแผนกอบรมการเมืองโดยไม่มีเหตุอันควร ผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษตามกฎทหาร ไม่มีละเว้นเด็ดขาด”
สิ้นคำ ทหารที่ยืนยามอยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันสงบเสงี่ยมขึ้นทันตา
ค่ายทหารเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์หยาบกระด้างที่ไม่ได้พบผู้หญิงมานาน จู่ ๆ ก็มีนายทหารหญิงสองคนถูกส่งมาประจำการ ย่อมอดเหลียวมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่ได้ แต่เมื่อคำสั่งของผู้บัญชาการทหารตกลงมา ก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินแม้แต่น้อย ทุกคนรู้ดีว่าผู้บัญชาการหนุ่มผู้นี้ควบคุมกองทัพอย่างเข้มงวด ให้รางวัลลงโทษชัดเจนเด็ดขาด ไม่ยอมให้เกิดเรื่องเสื่อมเสียระเบียบในค่าย
ขณะที่ทุกคนกำลังจะตามทหารรักษาการณ์ออกไป เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ชวนให้คนคาดไม่ถึงก็ทำให้ทหารที่เข้าเวรอยู่ด้วยกันชะงักงัน
บริเวณขนย้ายเสบียงนอกลาน มีหีบไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่วางเรียงอยู่เต็มไปหมดห้าหกใบ ยังมีหีบเก็บของทรงยาวอีกสองใบ และห่อผ้าใบขนาดใหญ่อีกสองห่อ ตัวหีบประณีต วัสดุล้ำค่า มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นสัมภาระส่วนตัวของตระกูลมั่งคั่ง
ทหารรักษาการณ์ถึงกับอึ้ง นายทหารทั่วไปเมื่อเข้าประจำการในค่าย อย่างมากก็มีสัมภาระหนึ่งห่อกับหีบไม้หนึ่งใบ เรียบง่ายเบาสบาย มาถึงก็เข้าพักได้เลย ไม่มีใครคิดว่าคุณหนูรองตระกูลกู้ที่มาฝึกงานในกองทัพ จะย้ายเข้าค่ายราวกับขนบ้านมาทั้งหลัง สัมภาระกองพะเนินเป็นภูเขา
