“เชี่ย! ตกปลาติดจริง ๆ เหรอ?”
“กินเหยื่อแล้ว! ติดเบ็ดจริงด้วย รีบดึงสายสิ!”
“พี่เฉินไหวไหม? ถ้าไม่ไหวก็หลบไป ให้ฉันลอง!”
ริมบ่อ
เติ้งเฉิงกับคนอื่น ๆ พากันกรูเข้ามาหาคุณตาเฉิน พลางส่งเสียงร้องด้วยความตื่นเต้นปนเร่งเร้า
ทุกคนจ้องคันเบ็ดไม้ไผ่ที่โค้งงอเป็นวงกว้างตาเป็นมัน
แทบอยากแย่งไปตกเองเสียเดี๋ยวนั้น!
ผู้อาวุโสเสิ่นเห็นภาพนี้แล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาเหมือนกัน
แต่ก็ยังห่วงภาพลักษณ์อยู่บ้าง
เลยไม่ได้เอ่ยปาก
ส่วนคุณตาเฉินกำคันเบ็ดแน่น คราวนี้เขาเริ่มออกแรงไม่ไหวจริง ๆ แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
ปลาตัวใหญ่
คราวนี้ต้องเป็นปลาตัวใหญ่แน่ ๆ
ได้ยินคนรอบข้างพูดจ้อว่าเขาไม่ไหว คุณตาเฉินก็สวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ไปให้พ้นเลย ฉันไหวมาก!”
ผู้ชายจะยอมให้ใครมาบอกว่าไม่ไหวได้ยังไง
นั่นไงล่ะ
คุณตาเฉินกัดฟันรวบรวมแรงทั้งหมดแล้วกระตุกคันเบ็ดทีเดียว ผิวน้ำพลันกระเพื่อมเป็นวงกว้าง หัวปลาขนาดมหึมาก็ถูกดึงขึ้นพ้นน้ำ
ทุกคนพอเห็นเข้า
ก็สูดปากพร้อมกัน
คุณตาเฉินเองก็หายใจถี่ขึ้น
เติ้งเฉิงตื่นเต้นจนเสียงสั่น “ปลาลิ่นตัวใหญ่! ตัวใหญ่มาก รีบดึงขึ้นมาเร็ว...”
แต่เสียงร้องด้วยความตื่นเต้นของทุกคนเพิ่งดังขึ้น ก็มีเสียงเป๊าะดังตามมา
คันเบ็ดไม้ไผ่หักแล้ว
ปลาลิ่นตัวใหญ่ที่เพิ่งโผล่หัวพ้นน้ำ ดิ้นลากคันเบ็ดที่หักแล้วพุ่งกลับลงไปในน้ำ หายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา...
พอแรงดึงหายไป คุณตาเฉินก็หงายหลังล้มก้นกระแทกพื้น
แต่เขาไม่ทันได้สนใจความเจ็บ รีบลุกขึ้นมองปลาตัวใหญ่ที่หลุดมือไป หัวใจแทบสลายจนทุบอกกระทืบเท้า “ปลาตัวใหญ่ของฉัน...”
