“พ่อ แบบนี้ไม่ดีมั้งคะ!”
“ถ้าเรื่องนี้ถึงขั้นไปโรงพักและถูกบันทึกเป็นคดี แล้วต่อไปพี่จะยังแต่งงานได้ยังไงคะ?”
“เรื่องนี้จะทำลายชีวิตพี่นะคะ!”
ซูอี๋แทบอยากให้เรื่องบานปลาย แต่ภายนอกกลับทำหน้าเป็นห่วง พลางมองเจียงหว่าน “พี่คะ ยอมขอโทษพ่อเถอะค่ะ! หนูรู้ว่าพี่ทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้เพราะอยากขัดขวางไม่ให้หนูหมั้นกับพี่เฉิน”
“หนูไม่โทษพี่หรอกค่ะ หนู…”
“ฉันยินดีให้ตรวจสอบ”
เจียงหว่านเอ่ยเสียงเรียบ ตัดบทการแสดงของซูอี๋ ดูมามากจนเบื่อแล้ว
เธอหันไปบอกตำรวจสองนายด้านหลัง “คุณตำรวจคะ ห้องที่ฉันพักอยู่ชั้นสอง ห้องที่สองทางขวามือ รหัสตู้เซฟคือ XXXXX…”
พูดจบ เธอก็พาตำรวจทั้งสองขึ้นไปชั้นบนด้วยตัวเอง
ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ซูอี๋อดขบฟันด้วยความแค้นไม่ได้ นังผู้หญิงคนนี้…
แต่พอนึกถึงของในตู้เซฟของเจียงหว่าน แววเยาะเย้ยก็วาบผ่านดวงตาซูอี๋อีกครั้ง “เธอหาเรื่องเองนะ!”
ห้องแต่งตัว
ตำรวจทั้งสองเปิดฟังก์ชันบันทึกภาพขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ตรงบ่าก่อนเดินไปยังตู้เซฟซึ่งฝังอยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วเริ่มกดรหัส…
ติ๊ด!
ไม่นานนัก
ตู้เซฟก็เปิดออก
ทันทีที่เปิดออก เครื่องประดับในตู้เซฟก็ร่วงกราวลงพื้น กระจัดกระจายไปทั่ว
ตำรวจสะดุ้งตกใจ
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงอุทานก็ดังมาจากด้านหลังเสียก่อน “พี่คะ นี่…พี่ขโมยเครื่องประดับพวกนี้มาจริง ๆ เหรอคะ?”
ซูอี๋ยกมือปิดปาก สีหน้าตกตะลึง
แต่คำว่า “ขโมย” เธอเน้นเสียงชัดเจนเป็นพิเศษ
