เจียงต้าหลิ่วก้มหน้าลงกะทันหัน
ใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดหางตาอย่างรวดเร็ว
พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มเต็มที่ “ทำสิ! ทำไมจะไม่ทำ! ถึงมือเท้าฉันจะไม่ค่อยคล่อง แต่ก็ยังขยับมือได้ สายตาก็ยังไม่พร่า แค่แพ็กของเท่านี้ไม่เกินกำลังฉันหรอก!”
พูดจบ เขาก็ยืดหลังตรง ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า
ราวกับคนที่ถูกทอดทิ้งมานาน จู่ ๆ วันหนึ่งก็มีคนต้องการตัวขึ้นมา
ชีวิตชีวาที่กลับคืนมาอีกครั้งเช่นนี้ ปรากฏให้เห็นในตัวชายชราทั้งสองคน
ไม่นานนัก
ชายชราทั้งสองก็พาเจียงหว่านกับเจียงเจี้ยนหัวรีบรุดไปยังบ้านของชายชราคนที่สาม ซึ่งอยู่ห่างจากพวกเขาออกไปพอสมควร
ชายชราคนนั้นแขนขาดไปครึ่งท่อน แถมขาข้างหนึ่งก็เป๋เล็กน้อย
อายุมากกว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่บ้าง
แต่เขาไม่ได้อยู่บ้านตามลำพัง ยังมีภรรยาอยู่ด้วย
พอได้ยินว่าพวกเขามาทำไม เจียงเต๋อหมิงก็แสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อ “จะจ้างฉันเหรอ? ฉันอายุ 76 แล้วนะ แถมสภาพอย่างฉันจะไปทำอะไรได้? อย่าไปทำให้คนอื่นลำบากเลย”
“ลำบากอะไรกัน หว่านเอ๋อร์บอกแล้วว่าแค่ช่วยแพ็กพัสดุก็พอ! พี่เต๋อแรงเยอะ ปกติก็ช่วยพี่สะใภ้หาบมูลสัตว์กับตักน้ำ แถมยังซักผ้า บิดผ้าเองได้ ทำไมจะแพ็กพัสดุไม่ได้ล่ะ?”
เจียงต้าหลิ่วพูดเสียงดังฟังชัด “ถ้ากลัวทำงานละเอียดไม่ไหว งานจุกจิกพวกนั้นฉันจัดการเอง ส่วนชั่งน้ำหนัก ติดใบปะหน้าอะไรพวกนี้ก็ให้พี่รับผิดชอบ พวกเราสามคนแบ่งงานกันทำ ยังไงก็ทำได้ดีแน่!”
“ใช่ พวกเราสามคนร่วมมือกัน มีอะไรที่ทำไม่ได้บ้าง!”