หอม!
หอมมาก!
สามแม่ลูกอดอุทานออกมาไม่ได้หลังจากลองกินมันเทศเผาไปคำหนึ่ง “หวานจัง! เอามันเทศไปเผาแล้วเหมือนจะยิ่งอร่อยขึ้นนะ”
หวานจริง ๆ
เมื่อเทียบกับมันเทศนึ่งแล้ว ความหวานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมเนื้อยังนุ่มละมุนและเหนียวหนึบกว่าเดิมด้วย
อร่อยสุด ๆ
แต่พอสามแม่ลูกลองชิมอาหารอย่างอื่น ก็พากันประหลาดใจไม่แพ้กัน
มันฝรั่งหอมมันเข้มข้น
ถั่วแระญี่ปุ่นกรอบสดชื่น
มันแกวหวานฉ่ำชื่นใจ
เนื้อปลาสดนุ่มละเอียด
อาหารแต่ละจานเหมือนช่วยปลุกต่อมรับรสให้ตื่นเต็มที่ ทำให้รู้สึกอิ่มเอมจนบรรยายไม่ถูก
สามแม่ลูกกินกันอย่างตะกละตะกลาม!
“อิ่มจัง!”
“อร่อยเกินไปแล้ว ต่อไปตอนกลางคืนกินแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ ฉันต้องอ้วนตายแน่!”
เหอหลันจือเอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องที่กินจนแน่น ทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
ส่วนฮั่วเม่ยอวี้กับน้องชายไม่ต้องพูดถึง อิ่มจนไม่อยากพูดอะไรสักคำ พวกเขาเอนตัวพิงเก้าอี้เหมือนกัน พร้อมสีหน้าอิ่มเอมไม่ต่างกันเลย
แต่พอได้ยินเหอหลันจือพูดแบบนั้น ฮั่วอวี่เฉินก็เอ่ยอย่างทะเล้นว่า “แม่ ถ้างั้นคราวหน้าก็ไม่ต้องกินแล้ว เดี๋ยวผมกินแทนเอง ผมไม่กลัวอ้วน!”
เหอหลันจือเหลือบมองเขาอย่างเอือมระอา “ฝันไปเถอะ!”
เวลานี้เอง เหอหลันจือถึงหันไปถามฮั่วเม่ยอวี้ว่า “เม่ยเม่ย เพื่อนคนนี้ของลูกใช่คุณหนูใหญ่ตระกูลซูคนนั้นหรือเปล่า? คนที่หมั้นหมายกับฮั่วเฉินน่ะ”
ตอนมันเทศมาส่งคราวก่อน ฮั่วเม่ยอวี้เคยเล่าเรื่องนี้ให้เหอหลันจือฟังแวบหนึ่งแล้ว
เธอก็รู้เรื่องนัดพบของพวกเด็ก ๆ คืนนี้อยู่บ้าง
