“โอ๊ย นี่เด็กน้อยจากอารามเต๋าที่ไหนกันเนี่ย?”
ที่ลานโล่งไม่ไกลจากบ้านเก่าตระกูลเจียง มีโรงเรือนสังกะสีหลังใหญ่ตั้งอยู่ ภายในกั้นแบ่งเป็นห้องครัวกับห้องอาหาร
แม้โรงเรือนจะดูเรียบง่าย แต่ก็มีของครบครัน
หวังชุ่ยฮวาเริ่มทำงานตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน คอยทำอาหารกลางวันให้คนงานกว่ายี่สิบคนของตระกูลเจียง ส่วนแม่เจียงกับคนอื่น ๆ ก็มากินด้วย เท่ากับต้องทำอาหารให้คนมากกว่าสามสิบคน
เพราะอย่างนั้นเธอจึงเตรียมของไว้ล่วงหน้าเสมอ
ใกล้เที่ยงแล้ว ขณะที่เธอกำลังจะตั้งกระทะผัดกับข้าว ก็เห็นหลานชายของตัวเองจูงฮวาฮวาตัวน้อย พาเด็ก ๆ หลายคนที่สวมชุดนักพรตตัวจิ๋วเข้ามาในโรงเรือน แต่ละคนดูอายุแค่สี่ห้าขวบเท่านั้น
พอหวังชุ่ยฮวาเห็นเข้าก็รีบวางตะหลิว เดินเข้าไปหา
“สวัสดีครับคุณย่า!”
เด็กน้อยทั้งห้าคนพร้อมใจกันร้องทักเมื่อเห็นหวังชุ่ยฮวา
เสียงเล็ก ๆ ใสซื่อ ฟังแล้วชวนเอ็นดูเหลือเกิน
“ย่า เด็ก ๆ พวกนี้หิวแล้ว ผมเลยชวนมากินข้าวที่บ้านคุณอา” เจียงเฉินเชิดอกน้อย ๆ พูดอย่างมั่นใจเต็มที่
แต่คำพูดของเขากลับทำให้หวังชุ่ยฮวาอยากตีให้สักที “แกชวนมาเองเหรอ ถามคุณอาหว่านแล้วหรือยัง?”
เจ้าเด็กแสบคนนี้ ปล่อยให้อยู่ชนบทแบบนี้ ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่า
พูดถึงเรื่องนี้ เมื่อวันหยุดวันชาติจีนเพิ่งจบลงเมื่อสองวันก่อน พ่อแม่ของเจียงเฉินเดิมทีตั้งใจจะพาเขากลับเข้าเมืองไปเรียน แต่ไม่รู้ว่าเจียงหว่านพูดอะไรกับเจียงเจี้ยนหัว สุดท้ายเจียงเจี้ยนหัวกลับตัดสินใจให้เจียงเฉินอยู่ที่นี่ต่อ
