หมอหลี่ถามแพทย์ที่รับผิดชอบการตรวจเมื่อครู่นี้
แพทย์คนนั้นส่ายหน้าแล้วตอบว่า “เครื่องทำงานปกติดี ทุกขั้นตอนเป็นไปตามมาตรฐาน ผลตรวจก็ไม่มีปัญหาครับ”
“เป็นไปได้ยังไงกัน!!!”
หมอหลี่แทบไม่อยากเชื่อ
เซลล์มะเร็งที่แพร่กระจายจากมะเร็งเยื่อบุช่องท้องระยะสุดท้าย กลับหายไปเองถึงหนึ่งในห้า!
ต่อให้เป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะเริ่มต้น หากยังไม่ได้รับเคมีบำบัดหรือผ่าตัด เซลล์มะเร็งก็ไม่มีทางหายไปเองได้เด็ดขาด...
เรื่องนี้เกินกว่าความเข้าใจของเธอไปมาก
แต่ความจริงก็อยู่ตรงหน้าแล้ว
เธอข่มความตกใจในใจไว้ ก่อนรีบโทรหาสามีภรรยาตระกูลเฉินที่อยู่ต่างประเทศ
เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด ทั้งคู่ก็ตกใจจนพูดไม่ออกเช่นกัน
พวกเขารีบนำรายงานผลตรวจสองฉบับที่หมอหลี่ส่งมา ซึ่งเปรียบเทียบผลก่อนและหลัง ให้หมอเจอร์รีดู
เดิมทีหมอเจอร์รียังต้องจัดการงานที่ค้างอยู่ก่อนจึงจะกลับประเทศไปกับพวกเขาได้ แต่พอได้อ่านรายงานก็ถึงกับตกตะลึงไม่แพ้กัน
เขาตัดสินใจวางงานที่ทำอยู่ แล้วกลับประเทศไปกับสามีภรรยาตระกูลเฉินทันที
“เจียงอี้? ขานายยังไม่หายอีกเหรอ? นี่ก็ผ่านมาตั้งครึ่งปีแล้วนะ!”
ทางเดินในโรงพยาบาล
เฉินเจียเจียสวมชุดผู้ป่วยหลวม ๆ กำลังเดินเล่นอยู่พอดี จึงบังเอิญเจอเจียงอี้ที่นั่งรถเข็นกดลิฟต์
เธอยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักเขาทันที
เจียงอี้ได้ยินเสียงก็หันมา
พอเห็นว่าเป็นเฉินเจียเจีย เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะจำเธอได้เหมือนกัน
วันนั้นตอนเขาถูกคนทำร้ายจนขาหักในตรอกมืดใกล้โรงเรียน เฉินเจียเจียโผล่มาห้ามคนพวกนั้นได้ทัน เขาถึงได้ขาหักแค่ข้างเดียว