“เพื่อนของอี้เหรอ?”
เจียงเหล่าถัวตาเป็นประกาย เขามองเจียงอี้ก่อนจะหันไปทางเฉินเจียเจีย รอยยิ้มบนใบหน้าเป็นมิตรอย่างยิ่ง “ที่แท้ก็เป็นเพื่อนของอี้นี่เอง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่เราเห็นอี้พาเพื่อนมาด้วย สวัสดี ๆ รีบ...เอ๊ะ ที่นี่ไม่มีที่ให้นั่งเลย”
เฉินเจียเจียอดหัวเราะไม่ได้ “คุณปู่ ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ พอดีฉันเจอเจียงอี้ตรงบันได เห็นเขากำลังจะลงมา ก็เลยช่วยเข็นมาส่ง อีกเดี๋ยวฉันก็ต้องกลับห้องพักแล้วค่ะ”
เจียงเหล่าถึงเพิ่งสังเกตเห็นชุดผู้ป่วยที่เฉินเจียเจียสวมอยู่
เขากำลังจะถามว่าเธอเป็นอะไร
แต่เจียงอี้กลับชิงพูดขัดขึ้นก่อน “คุณปู่ครับ อาการของพ่อเป็นยังไงบ้างครับ?”
เจียงเหล่าถัวเป็นคนรู้กาลเทศะ พอเห็นท่าทางหลานชายก็เข้าใจทันที จึงเปลี่ยนเรื่องพูด “ใส่เข้าไปแล้ว ตอนนี้กำลังปรับรายละเอียดการเชื่อมต่อของเส้นประสาท พอจัดการเสร็จคงต้องใช้เวลาให้ร่างกายปรับตัวอีกหน่อย”
“แต่คงใช้เวลาไม่นาน ประมาณวันสองวันนี้ก็น่าจะเรียบร้อย”
ขาของเจียงอี้ฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้ดีมาก
ดีจนหมอยังอดแปลกใจไม่ได้
เพราะอย่างนั้นเจียงอี้จะทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นก็ได้ แค่กลับมาตามเวลาที่กำหนดเพื่อถอดเฝือกและตรวจซ้ำก็พอ
เฉินเจียเจียเห็นปู่หลานคุยกันถูกคอ จึงขอตัวออกมา
เธอเดินเล่นรอบ ๆ อยู่พักหนึ่งแล้วค่อยกลับห้องพัก ไม่คิดเลยว่าเจียงอี้จะตามมาหา
เฉินเจียเจียแปลกใจมาก “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?”
จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้
ก่อนหน้านี้เธอเคยเล่าอาการป่วยให้เขาฟัง ขอแค่รู้ว่าเธอรักษาอยู่แผนกไหน ก็พอจะหาห้องพักได้แล้ว...