ฮั่วเหวินจิ่งไม่คิดเลยว่าเด็กสาวที่คุณย่าพูดถึงอยู่ตลอด จะเป็นเธอจริง ๆ!!
ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าเป็นเธอ...
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว ฮั่วเหวินจิ่งก็ชะงักไปทันที
รู้ตั้งแต่แรกงั้นเหรอ?
คำสามคำนี้ไม่เคยปรากฏในความคิดของเขาเลย
บนโลกนี้ไม่มีคำว่า “ถ้ารู้ตั้งแต่แรก”
และเขาก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับสมมติฐานแบบนี้
แต่ตอนนี้ เขากลับกำลังคิดจริง ๆ ว่า...ถ้ารู้ตั้งแต่แรกงั้นเหรอ??
“ก๊อก ๆ!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ฮั่วเหวินจิ่งปิดแฟ้มเอกสารในมือดัง “ปัง” วางไว้ข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นประสานมือทั้งสิบไว้ตรงหน้าโต๊ะทำงาน เงยหน้ามองประตูห้องทำงานแล้วพูดเสียงเข้มว่า “เข้ามา!”
คนที่เข้ามาคือผู้จัดการแผนกคนหนึ่ง
ทันทีที่ก้าวเข้ามา เขาก็สบเข้ากับสายตาเย็นเยียบของเจ้านาย จนหนังศีรษะชาวาบไปหมด
ปกติเจ้านายเอาแต่ก้มหน้าทำงาน ถึงจะเงยหน้าขึ้นมองเป็นครั้งคราว ก็หันกลับไปทำงานที่ค้างอยู่ต่อทันที
เขาขึ้นชื่อว่าเป็น “เครื่องจักรทำงาน” ของบริษัท
ทำงานรวดเร็ว แม่นยำ และเด็ดขาด
ไม่เคยเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
แต่วันนี้ ตั้งแต่ก้าวเข้ามา สายตาของเจ้านายก็จับจ้องเขาไม่วาง...
หรือว่าเขาทำงานพลาดครั้งใหญ่?
ผู้จัดการรู้สึกขาอ่อน หน้าซีดเผือดในพริบตา ฝืนเดินเข้าไปข้างหน้า แล้วยื่นเอกสารในมือให้อย่างระมัดระวัง “บะ...บอสครับ นี่เป็นแผนดำเนินงานของนิคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเขตตะวันตกของเมืองโอวเฉิง รบกวนบอสช่วยตรวจแล้วเซ็นด้วยครับ...”